ศธจ.ลำพูน สานพลังภาคีเครือข่ายลุย “Thailand Zero Dropout PLUS 2569”

ศธจ.ลำพูน สานพลังภาคีเครือข่ายลุย “Thailand Zero Dropout PLUS 2569” มุ่งเป้าเด็กนอกระบบการศึกษาเป็นศูนย์ ชูโมเดล 13 หน่วยงานต้นแบบ

ลำพูน – สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำพูน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “สานพลังเครือข่าย สร้างโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ Thailand Zero Dropout PLUS จังหวัดลำพูน ประจำปี 2569” มุ่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ดึงเด็กและเยาวชนนอกระบบกลับสู่การศึกษา โดยมี นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่

นายสุทิน จันทรวรเชตต์ ศึกษาธิการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของกลไกการทำงานตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ จนถึงตำบล สิ่งสำคัญคือการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมที่ต้องอาศัยข้อมูล การประสานงาน และการส่งต่อที่เหมาะสมกับบริบทของเด็กแต่ละรายที่มีเงื่อนไขชีวิตแตกต่างกัน

ด้าน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประธานในพิธี เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหานี้เป็นภารกิจสำคัญต่ออนาคตของจังหวัด การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ต้องมองให้ลึกถึงสาเหตุที่เด็กหลุดจากระบบ และหาแนวทางช่วยเหลือให้พวกเขากลับมามีโอกาสอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน และครอบครัว

“เด็กหนึ่งคนที่เราไม่ปล่อยให้หลุดจากโอกาส อาจหมายถึงอนาคตหนึ่งชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ขอให้ร่วมกันทำให้จังหวัดลำพูนเป็นพื้นที่ที่เด็กและเยาวชนทุกคนได้รับโอกาส ไม่ว่าจะมีเงื่อนไขชีวิตอย่างไรก็ตาม” นางสาวเบญจวรรณ กล่าว

ทั้งนี้กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ แก่หน่วยงานต้นแบบด้านการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout PLUS ประจำปี 2569 รวม 13 แห่ง แบ่งเป็นระดับยอดเยี่ยม 5 แห่ง และระดับดีเลิศ 8 แห่ง เพื่อเป็นต้นแบบในการเรียนรู้และขยายผล

การเสวนาและเวทีถอดบทเรียน การนำเสนอผลการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจริงจากหน่วยงานต้นแบบ

การระดมสมองเจาะลึกพื้นที่ 8 อำเภอ การแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานในแต่ละพื้นที่ให้เกิดความต่อเนื่อง

การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดลำพูนในการสร้างตาข่ายรองรับทางสังคมและระบบการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเด็กและเยาวชนคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ร่วมแสดงความคิดเห็น