ยังไม่มีมาตรการล็อคดาวน์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการล็อคดาวน์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โควิดเป็นโรคประจำถิ่น การระบาดของโควิดมีลักษณะเหมือนการระบาดของไข้หวัด

นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โควิดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 4,549 ราย อัตราป่วย 252.89 ต่อประชากรแสนคน อำเภอที่พบอัตราป่วยมากที่สุด คือ อำเภอเมืองเชียงใหม่ (อัตราป่วย 616.70) รองลงมาอำเภอสันทราย (อัตราป่วย 446.70) อำเภอดอยสะเก็ด (อัตราป่วย 382.53) อำเภอ
สันกำแพง (อัตราป่วย 364.31) และอำเภอหางดง (อัตราป่วย 340.75) ตามลำดับ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต สำหรับกลุ่มอายุ พบว่า พบมากในกลุ่มวัยทำงาน จำนวนป่วยสูงสุด คือ อายุ 30-39ปี จำนวน 799 คน รองลงมา คือ อายุ 20-29 ปี จำนวน 784 คน และกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 642 คน “ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการล็อค ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ถอด “โควิด-19” จากโรคติดต่ออันตราย และโควิดเป็นโรคประจำถิ่น การระบาดของโควิดมีลักษณะเหมือนการระบาดของไข้หวัด มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 2565

ทั้งนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนะนำประชาชนเน้นการใช้มาตรการป้องกันส่วนบุคคลเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ โดยเฉพาะการระวังกลุ่มเปราะบาง (กลุ่ม 608) สถานที่รวมคนหมู่มาก เช่น โรงเรียน โรงงาน เน้นคัดกรองอาการก่อนเข้าเรียน/ทำงาน หากมีอาการเป็นกลุ่มก้อนหรืออาการหนัก สามารถตรวจ ATK ในกลุ่มที่มีอาการ เพื่อประเมินการติดเชื้อโควิดเบื้องต้นได้

สำหรับ 5 มาตรการป้องกันโรค ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องอยู่ในที่แออัด หรือสถานที่ที่ระบบระบายอากาศไม่ดี สวมหน้ากากทันทีเมื่อป่วย หากมีอาการไอ จาม หรือมีน้ำมูก ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ไม่แคะจมูก ขยี้ตา หรือจับปากหากยังไม่ได้ล้างมือ เว้นระยะห่าง และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ กินร้อน ปรุงสุก รับประทานอาหารที่สะอาดและทำใหม่ ๆ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได และปุ่มลิฟต์ เป็นประจำ และเมื่อมีอาการป่วยหรือสงสัยว่าติดเชื้อ หากมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือคัดจมูก หากพบว่าติดเชื้อให้แยกกักตัว พักผ่อนอยู่ที่บ้าน และลดการใกล้ชิดผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และพบแพทย์ทันที หากมีข้อสงสัยสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 หรือกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 211048-50 ต่อ 108

ร่วมแสดงความคิดเห็น