“ไม่สูบก็เป็นมะเร็งปอดได้” คนสูบบุหรี่ต้องไม่นำไปปลอบใจตัวเอง เพื่อที่จะไม่คิดเลิกสูบ


ระยะหลังนี้อ่านพบ“ไม่สูบบุหรี่ก็เป็นมะเร็งปอดได้” ซึ่งก็เป็นความจริง
แต่ประโยค “ไม่สูบก็เป็นมะเร็งปอดได้” มีความเสี่ยงที่จะถูกคนสูบบุหรี่ นำไปเป็นข้ออ้าง ที่ไม่คิดจะเลิกสูบบุหรี่ คิดว่า “คนไม่สูบก็เป็นมะเร็งปอดได้” เราก็ไม่ต้องซีเรียสที่จะเลิกสูบ
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ 2529 ที่กระทรวงสาธารณสุข สหรัฐอเมริกาประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ควันบุหรี่มือสองมีสารก่อมะเร็ง ทำให้คนไม่สูบบุหรี่เป็นมะเร็งปอดได้”
บริษัทบุหรี่ได้เริ่มขบวนการสร้างความสับสน กลบเกลื่อนความสำคัญของการเกิดมะเร็งปอดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง
ในปี 2531 บริษัทบุหรี่ข้ามชาติได้ร่วมกันวางยุทธศาสตร์ เพื่อสะกัดกระแสห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
มีการตั้งศูนย์วิจัย Center for Indoor Air Research ( CIAR) และ Association on Research of Indoor Air( ARIA) เพื่อสร้างความสับสน/ลดทอนความสำคัญของการเกิดมะเร็งปอดจากการได้รับควันบุหรี่มือสองทั่วโลก
โครงการนี้ในเอเชีย จะเน้นการออกข่าวแหล่งสารก่อมะเร็งก่อมลพิษอื่นๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสำคัญของควันบุหรี่ในบรรยากาศ
มีการจ้างนักวิชาการในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ เกาหลี ฮ่องกง มาเลเซียและไทย เพื่อสร้างงานวิจัยออกมาก่อความสับสน
บริษัทบุหรี่จะ“ควบคุม” ทิศทางการวิจัย รวมทั้ง“ควบคุม” รายงานการวิจัยที่จะได้รับการเปิดเผยแพร่
โดยให้เน้นถึงสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น วัฒนธรรมที่มีการจุดธูปภายในอาคาร และการเลี้ยงสัตว์ปีกในบ้าน
พฤติกรรมการกินอาหารที่ชอบรสจัด และอาหารปิ้งย่างบนเตาถ่าน
บริษัทบุหรี่อาร์ เจย์ เรโนลด์ ได้นำรายงานของดร.ลินดา คู จากฮ่องกง เผยแพร่ในเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ว่า “ อาหารที่คนจีนกิน เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอด ไม่ใช่ควันบุหรี่ที่สูบหรือได้รับ อาหารจีนใช้สารกันบูด เนื้อสัตว์ที่มีไขมันมาก พริกดอง ซึ่งมีไนโตรซามีนสูง เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอด”
โดยสรุปคือ บริษัทบุหรี่พยายามกลบเกลื่อนเรื่องควันบุหรี่มือสองทำให้เป็นมะเร็งปอด และอ้างว่าสิ่งนี้สิ่งโน้นทำให้เป็นมะเร็งปอด
อัยการของรัฐต่างๆร่วมกันฟ้องศาลในอเมริกา ศาลมีคำสั่งให้บริษัทบุหรี่ ยุบศูนย์วิจัยทั้ง2 ศูนย์ในปี พ.ศ.2541 เพื่อไม่ให้สร้างข้อมูลเท็จมาหลอกลวงสังคมอีกต่อไป
จริงอยู่ คนที่ไม่สูบบุหรี่ก็เป็นมะเร็งปอดได้ จากการได้รับสารเคมี สารก่อมะเร็งจากแหล่งอื่น
แต่สาเหตุหลักของมะเร็งปอดก็ยังเป็นการสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่มือสอง ที่มีสารก่อมะเร็ง 70 ชนิด มากกว่าสารก่อมะเร็งจากแหล่งอื่นๆที่คนเราจะมีโอกาสได้รับ
การป้องกันมะเร็งปอด จึงต้อง ไม่สูบบุหรี่ทุกชนิด หนีห่างควันบุหรี่มือสอง และหลีกเลี่ยงอากาศปนเปื้อนทุกชนิดให้มากที่สุดที่จะทำได้
และคนสูบบุหรี่ต้องไม่ใช้ “ไม่สูบบุหรี่ก็เป็นมะเร็งปอดได้” เป็นข้ออ้างที่จะไม่ยอมเลิกสูบ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 13 กันยายน 2569
อ้างอิง
https://www.tobaccotactics.org/article/center-for-indoor-air-research-ciar/
https://www.tobaccotactics.org/article/influencing-science-the-whitecoat-project/

ร่วมแสดงความคิดเห็น