ต.แม่ยาว จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อน้ำกก สะท้อนปัญหาสารหนู-มลพิษ พบน้ำกกยังน่าห่วง

ต.แม่ยาว จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อน้ำกก สะท้อนปัญหาสารหนู-มลพิษ พบน้ำกกยังน่าห่วง จี้รัฐเร่งแก้สารพิษข้ามแดน

ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่ยาว จัดกิจกรรม “วิ่งเพื่อน้ำกก คืนชีวิตให้น้ำกก” รวมพลังประชาชนกว่า 250 คน ร่วมเดิน-วิ่งรณรงค์ริมแม่น้ำกก พร้อมจัดเวทีเสวนา “สารพิษในน้ำกก ปัญหาและทางออกร่วมกันของคนตำบลแม่ยาว” นักวิชาการ-ภาคประชาชนสะท้อนปัญหาการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก ขณะที่ชุมชนเสนอเร่งพัฒนาระบบกรองน้ำและผลักดันรัฐบาลแก้ปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างจริงจัง

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 13 กันยายน 2569 ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่ยาว นำโดย นายปรัตถกร การเร็ว กำนันตำบลแม่ยาว จัดกิจกรรม “วิ่งเพื่อน้ำกก คืนชีวิตให้น้ำกก” บริเวณสระกกหลง บ้านริมกก หมู่ 4 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย มีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 250 คน

โดยเริ่มปล่อยตัวนักวิ่งในเวลา 06.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งระยะ 8 กิโลเมตร ประเภทแข่งขัน ตามด้วยระยะ 5 กิโลเมตร เวลา 06.15 น. และระยะ 3 กิโลเมตร เวลา 06.30 น. ซึ่งเป็นการเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพและกิจกรรมสำหรับครอบครัว ก่อนที่ผู้ร่วมงานจะพักรับประทานอาหารและร่วมพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะในแต่ละประเภท

กระทั่งเวลา 08.30 น. มีการจัดเวทีเสวนาพิเศษ หัวข้อ “สารพิษในน้ำกก ปัญหาและทางออกร่วมกันของคนตำบลแม่ยาว” มีผู้นำชุมชนและประชาชนเข้าร่วมรับฟังประมาณ 100 คน โดยมีนักวิชาการ ผู้แทนภาคประชาชน และผู้นำท้องถิ่นร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหา

ดร.ณัฐพร ฐิติพาณิชย์ หรือ ดร.นัด หัวหน้าโครงการวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) สวทช. กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ขยายเครือข่ายเฝ้าระวัง และป้องกันภัยจากสารปนเปื้อน โดยเฉพาะสารหนูในแม่น้ำกก

ดร.ณัฐพรกล่าวว่า โครงการเกิดขึ้นจากปัญหาความขุ่นและการปนเปื้อนโลหะหนัก รวมถึงสารหนู ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2567 จึงมีการพัฒนานวัตกรรมปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้านในรูปแบบ “คลินิกน้ำ” โดยเริ่มจากการตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนในน้ำ ก่อนออกแบบระบบบำบัดให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา “ไบโอชาร์แปลงร่าง” ซึ่งปรับปรุงคุณสมบัติให้สามารถใช้เป็นวัสดุกรองสำหรับจับสารหนูและโลหะหนัก ซึ่งไบโอชาร์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ พร้อมร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูป โดยมีต้นแบบที่บ้านริมกก หมู่ 4 ซึ่งปรับปรุงระบบแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และมีการตรวจคุณภาพน้ำเป็นประจำทุกเดือน พร้อมติดป้ายรายงานผลให้ประชาชนรับทราบ

ด้าน ดร.ธีรการ มัญจกิจ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบประปา ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาระบบประปาชุมชนควรเน้นการประหยัดพลังงานและต้นทุนต่ำ เพื่อไม่เพิ่มภาระค่าใช้น้ำของประชาชน โดยสามารถลดค่าไฟฟ้าและค่าสารเคมี รวมถึงนำวัสดุกรองที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้

แนวทางสำคัญคือการใช้โครงสร้างระบบประปาเดิมที่มีอยู่แล้ว และเสริมถังกรองพิเศษแทนการก่อสร้างระบบใหม่ทั้งหมด รวมถึงการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ร่วมกับระบบสูบน้ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตน้ำประปาในระยะยาว

ขณะที่ นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เปิดเผยถึงผลการติดตามตรวจวัดมลพิษในแม่น้ำกก รวมถึงการตรวจพืช ปลา และสัตว์น้ำ โดยระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2569 พบว่ายังคงมีปัญหามลพิษในแม่น้ำกก และจากการสุ่มตรวจมากกว่า 20 จุด พบปัญหามลพิษในจุดที่ตรวจทั้งในแม่น้ำกกและลำน้ำสาย

นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า ยังมีการตรวจพบสารตกค้างในพืชบางชนิดเกินค่ามาตรฐาน โดยพบอย่างน้อย 21 ชนิดในพื้นที่ อ.ท่าตอน และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ขณะที่การตรวจปลาและหอยพบสารตกค้างในสัตว์น้ำบางชนิด โดยมีรายงานการพบสารตกค้างในปลาแคระหรือปลาแคในระดับ 164 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เทียบกับค่ามาตรฐานที่ระบุไว้ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม รวมถึงพบการสะสมของสารหนูในหอยจุ๊บ ซึ่งเป็นสัตว์หน้าดิน เกินค่าที่กำหนดไว้ 0.05

ทั้งนี้ นายสมเกียรติระบุว่า ได้ประสานประมงจังหวัดเพื่อสำรวจหนองน้ำสาธารณะและลำห้วยในพื้นที่ตำบลแม่ยาว เพื่อส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาในแหล่งน้ำปิดที่ไม่ปนเปื้อน เพื่อเป็นทางเลือกด้านอาหารให้กับชุมชน พร้อมเตรียมเสนอรัฐบาลให้ผลักดันปัญหามลพิษแม่น้ำกกเป็นวาระแห่งชาติ หรือพิจารณาประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงผลักดันการบังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษข้ามแดนตามหลักสากล

ด้าน น.ส.บุพมาศ สันธิราษฎร์ เจ้าหน้าที่สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำกกมานาน 2-3 ปี ทั้งการจัดเวทีสร้างความรู้ การเดินรณรงค์ และยื่นหนังสือต่อหน่วยงานภาครัฐ โดยแม้ภาครัฐจะระบุว่าค่าสารตกค้างในบางพื้นที่ยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับการสะสมในระยะยาว และยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยของน้ำกก

น.ส.บุพมาศกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งภาคเกษตร ผู้ประกอบการ และระบบประปา โดยเฉพาะพื้นที่หาดเชียงราย ซึ่งเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันบรรยากาศเงียบเหงา ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนกำลังได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบพื้นที่ โดยภาคประชาชนอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้ประกอบการและผลกระทบเชิงตัวเลข เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเรียกร้องการเยียวยาจากภาครัฐ

ขณะที่ นายอัครพงษ์ เฉลิมเลี่ยมทอง นายกเทศมนตรีตำบลแม่ยาว กล่าวขอบคุณผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ วิทยากร และประชาชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนการฟื้นฟูแม่น้ำกก พร้อมชี้แจงว่าเทศบาลมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสารพิษและติดตามตรวจวัดคุณภาพน้ำในหมู่บ้านร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข

นายอัครพงษ์ระบุว่า ปัญหาสารพิษ โดยเฉพาะสารหนู จำเป็นต้องผลักดันในระดับประเทศและระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังไม่ให้การนำเสนอข้อมูลสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยเทศบาลมีแผนจัดตั้งระบบกรองน้ำและเจาะบ่อบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมเตรียมงบประมาณรองรับโครงการพัฒนาและฟื้นฟูแม่น้ำกก

ด้าน นายปรัตถกร การเร็ว กำนันตำบลแม่ยาว กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และลดภาพจำเกี่ยวกับสารพิษในแม่น้ำกก โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้น้ำของชาวบ้านบางพื้นที่ที่ยังใช้ระบบกรองน้ำแบบดั้งเดิม ซึ่งอาจไม่สามารถกำจัดสารเคมีหรือโลหะหนักที่สะสมอยู่ในน้ำได้ จึงสนับสนุนให้นำนวัตกรรมระบบกรองน้ำที่เหมาะสมมาปรับใช้ในพื้นที่อย่างจริงจัง

นายปรัตถกรกล่าวด้วยว่า รายได้จากการจัดกิจกรรมวิ่งครั้งนี้ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ส่วนหนึ่งจะมอบให้บ้านริมกก หมู่ 4 เพื่อใช้ในการพัฒนาและบูรณะบริเวณสระกกหลง ขณะที่อีกส่วนจะมอบให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่ยาว เพื่อใช้สนับสนุนกิจกรรมรณรงค์และการปกป้องแม่น้ำกกต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น