ศุลกากรคุนหมิง ณ มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รายงานว่าปริมาณการขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกผ่านเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมของปี 2026 รวมอยู่ที่ 2.343 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 4.36 พันล้านหยวน (ราว 2.13 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.9 และร้อยละ 130.8 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยส่วนหนึ่งเป็นการนำเข้าผลไม้ 4.27 หมื่นตัน มูลค่า 721 ล้านหยวน (ราว 3.53 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 12.2 เท่า และ 7.9 เท่า เมื่อเทียบปีต่อปี
หน่วยงานกำกับดูแลผลไม้นำเข้าประจำท่าเรือกวนเล่ยของเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงได้รับรองการนำเข้าผลไม้จากเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากได้รับอนุมัติการดำเนินงานจากสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 โดยปริมาณผลไม้เขตร้อนนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา ทำให้ผลไม้กลายเป็นหนึ่งในสินค้านำเข้าหลักของด่าน
ทั้งนี้ การขนส่งผลไม้อย่างทุเรียนหรือมังคุดจากท่าเรือเชียงแสนของไทยสู่ท่าเรือกวนเล่ยใช้เวลา 26 ชั่วโมง ซึ่งการขนส่งทางน้ำโดยตรงนี้ลดทอนการถ่ายลำสินค้า ประหยัดเวลาลง 3 วันเมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน และตัดลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงราวร้อยละ 20 โดยปริมาณการนำเข้าผลไม้ผ่านท่าเรือกวนเล่ยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นราว 5 เท่า ด้วยอานิสงส์จากการเพิ่มจำนวนเรือสินค้า 3 ลำ และตู้คอนเทนเนอร์ห่วงโซ่ความเย็นกว่า 130 ตู้
ข้อได้เปรียบของเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง กอปรกับพิธีการศุลกากรที่มีประสิทธิภาพคล่องตัวยิ่งขึ้น ได้เกื้อหนุนการขนส่งผลไม้สดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ตลาดสำคัญในจีน เช่น ฉงชิ่ง ซีอัน และกว่างโจว ขณะการขยายตัวและยกระดับการดำเนินงานของท่าเรือกวนเล่ยช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของท่าเรือ และปลดปล่อยดอกผลจากการเปิดกว้าง “ทางน้ำสีทอง” เส้นทางล้านช้าง-แม่โขงอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น


(ภาพจากศุลกากรคุนหมิง : เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบมังคุดสดนำเข้าที่ท่าเรือกวนเล่ย มณฑลอวิ๋นหนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน)
ร่วมแสดงความคิดเห็น