รวบหนุ่มวัย 22 ตระเวนขโมยของกลางดึก วงจรปิดจับภาพฉกรองเท้า-กางเกงใน ก่อนขโมย จยย.ขายต่อ

ตำรวจ สภ.บ้านดู่ แกะรอยวงจรปิดรวบหนุ่มวัย 22 ปี ชาวตำบลริมกก หลังพบพฤติการณ์ตระเวนก่อเหตุในบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ กลางดึกเข้าไปในหอพัก ก่อนขโมยรองเท้าหน้าห้องและกางเกงในที่ตากไว้บนราว วันเดียวกันรถจักรยานยนต์ชาวบ้านหายอีกคัน สืบสวนพบผู้ต้องสงสัยเป็นคนเดียวกัน เจ้าตัวยอมรับขโมยรถแล้วนำไปขายต่อ ตำรวจเร่งตามของกลางคืน

เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 12 ก.ย. 69 ที่บ้านฟาร์มสัมพันธกิจ หมู่ 1 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย เจ้าของหอพักแห่งหนึ่ง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบชายสวมหมวกสีขาว เสื้อแขนยาวสีเทา และกางเกงขายาวสีดำ เดินเข้ามาภายในหอพักโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อย้อนตรวจสอบภาพอย่างละเอียด ยังพบพฤติการณ์ชายคนดังกล่าวหยิบ รองเท้าที่วางอยู่หน้าห้องพัก และกางเกงในที่ตากอยู่บนราวหน้าห้องของผู้พักอาศัย ติดมือออกไปด้วย เจ้าของหอพักจึงนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ ให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี

นอกจากนี้เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน นายอาเซาะ อายุ 54 ปี จอดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน เชียงราย ไว้หน้าบ้าน ก่อนเข้านอน กระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ตื่นมาพบว่ารถหายไป จึงแจ้ง นายชญากร นำพาภิวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ ก่อนพากันเข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านดู่ โดย ร.ต.อ.เดช ไชยวุฒิ รอง สว.(สอบสวน) ประสานชุดสืบสวนเร่งแกะรอยผู้ก่อเหตุ

กระทั่งเช้าวันที่ 14 ก.ย. 69 ชุดสืบสวน สภ.บ้านดู่ รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายศาล ก่อนติดตามจับกุมชายอายุ 22 ปี ชาวตำบลริมกก โดยแนวทางสืบสวนพบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดบริเวณหอพัก และเชื่อมโยงกับคดีรถจักรยานยนต์ที่หายไป เจ้าหน้าที่นำตัวไปประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุทั้ง 2 แห่ง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ขโมยรถจักรยานยนต์จริง และหลังลงมือได้นัดผู้ซื้อมารับรถภายในหมู่บ้านเพื่อนำไปขายต่อทันที

จากข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมามีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยและเกิดเหตุลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง จนสร้างความเอือมระอาและความกังวลให้คนในชุมชน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อขยายผลติดตามรถจักรยานยนต์และทรัพย์สินของกลางกลับคืน รวมทั้งตรวจสอบผู้ที่รับซื้อรถ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น