เชียงใหม่จับตาฝนหนัก 17–20 ก.ย. เตือนน้ำป่า–น้ำท่วมฉับพลัน ชลประทานเริ่มกักเก็บน้ำรับเอลนีโญ รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ขอความร่วมมือใช้น้ำอย่างประหยัด ขณะที่ ปภ.เชียงใหม่ พร้อมช่วยผู้ประสบภัยจากอุทกภัย 4 อำเภอ 206 หลัง วงเงิน 1.854 ล้านบาท
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.ย. 69 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติกรน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 ถนนทุ่งโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ปี 2569 ครั้งที่ 5/2569 โดยมี นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วย คณะกรรมการศูนย์ฯ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าโครงการชลประทานฯ ในพื้นที่ สชป.1 เข้าร่วมการประชุม และรายงานถึงสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งการวางแผนเพื่อรับมือสถานการณ์เอลนีโญ
ด้าน ผู้แทนจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้รายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำฝนต่อที่ประชุม ว่า ห้วงวันที่ 15 ก.ย. 69 เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ในขณะที่ วันที่ 17 – 20 ก.ย. 69 ภาคเหนือมีฝนตกถึงตกหนักบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น จะทำให้เกิดฝนตกและฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งวันที่ 17 ก.ย. จังหวัดเชียงใหม่ คาดการณ์ว่าปริมาณฝน จะอยู่ในพื้นที่ อ.แม่อาย, ไชยปราการ, แม่แตง, ดอยสะเก็ด, สันกำแพง, แม่ออน, สันป่าตอง และอำเภอเมืองเชียงใหม่ ส่วนวันที่ 18 ก.ย. จะมีฝนพื้นที่ อ.แม่แตง, ดอยสะเก็ด, สันกำแพง, แม่ออน, ดอยหล่อ, จอมทอง, แม่แจ่ม และอมก๋อย ขอให้ประชาชนระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ระมัดระวังพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำที่มักจะเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก
นายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา กล่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำท่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า สถานการณ์น้ำท่าในแม่ลำน้ำเริ่มลดลง สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บ 230 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 86.98 ในปีนี้มีปริมาณน้ำที่มากกว่าปี 68 ที่ผ่านมา ขณะที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำกักเก็บ 182.233 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 69.29 มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าปี 68 ที่ผ่านมาประมาณ 8 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 13 แห่ง ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บรวม 82.227 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 79.78 มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าปี 68 ที่ผ่านมาประมาณ 8 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก จำนวน 116 แห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บรวม 45.900 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 68.09 มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าปี 68 ที่ผ่านมาประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบัน ปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ และมีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อมูลจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ทำให้มั่นใจได้ว่าสถานการณ์อุทกภัยในปีนี้จะไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่สถานการณ์เอลนีโญ รวมกับน้ำในลำน้ำเริ่มลดลง ทางชลประทาน ได้ปรับแผนเก็บกักน้ำที่มีอยู่ เพื่อให้เพียงพอต่อฤดูแล้งที่จะมาถึง และขอให้พี่น้องเกษตรกร รวมถึงประชาชน ใช้น้ำอย่างประหยัด
ขณะที่ ปภ.เชียงใหม่ รายงานผลการดำเนินงานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดเชียงใหม่ (ก.ช.ภ.จ.เชียงใหม่) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจะดำเนินการประชุมในวันนี้ (วันที่ 15 ก.ย. 69 เวลา 16.00 น.) เพื่อพิจารณาส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 206 หลัง จำนวนเงิน 1,854,000 บาท ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงแหง, พร้าว, แม่อาย และฝาง
ด้าน นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์ในปัจจุบัน พบว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ฝนที่จะตกลงมาในห้วงวันที่ 17 – 18 ก.ย. นี้ ซึ่งอาจจะเกิดฝนตกหนักได้ในหลายพื้นที่ หลังจากนั้นก็ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญ เนื่องจากจะเกิดฝนทิ้งช่วง มอบหมายให้ทางชลประทานวิเคราะห์ วางแผนในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งในเขตพื้นที่ชลประทานนั้น ยังไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากมีน้ำอยู่เพียงพอ และจากการรับฟังรายงาน ก็มีการเตรียมวางแผนเรื่องการบริหารจัดการน้ำไว้แล้ว แต่ห่วงเรื่องพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งหลายหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกันในการติดตามสถานการณ์และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย นอกจากนี้ก็มอบหมายให้ทางสำนักงานเกษตร ได้พูดคุยและหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบเรื่องของสถานการณ์ภัยแล้ง และเกิดความเสียหายด้านพืชผลทางการเกษตร และขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนและเกษตรกร ควรใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ใช้น้ำอย่างประหยัด





ร่วมแสดงความคิดเห็น