แพทย์ มช.เตือน อย่าคิดว่าแค่ “อ่อมแก่” เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก สัญญาณเตือน “ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” เสี่ยงน้ำท่วมปอด

อย่าคิดว่าแค่ “อ่อมแก่”
เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก สัญญาณเตือน
“ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” เสี่ยงน้ำท่วมปอด

อาการเหนื่อยง่าย เดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกหอบ หรือรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักกดทับ หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงความเหนื่อยจากการทำงาน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเป็นเรื่องปกติของวัยที่เพิ่มขึ้น จึงเลือกพักและรอดูอาการ โดยไม่คิดว่าอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับ “หัวใจ”

ในความเป็นจริง อาการเหนื่อยและหายใจลำบาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นใหม่หรือมีอาการรุนแรงขึ้น อาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” (Acute Heart Failure) ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำหน้าที่สูบฉีดเลือดได้เพียงพอ หรือมีแรงดันภายในหัวใจเพิ่มขึ้นจนเกิดการคั่งของเลือดและน้ำ หากน้ำคั่งในปอดมากขึ้น อาจนำไปสู่ ภาวะน้ำท่วมปอดและระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว

หัวใจล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดเต้น
คำว่า “หัวใจล้มเหลว” อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นภาวะที่หัวใจหยุดทำงาน แต่ในทางการแพทย์ไม่ได้หมายความเช่นนั้น หากแต่หมายถึงภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ หรือมีความดันภายในหัวใจสูงจนทำให้เลือดและน้ำเกิดการคั่งตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

เมื่อเกิดการคั่งของน้ำบริเวณปอด ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการหอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม ไอ หรือนอนราบไม่ได้ และหากอาการรุนแรงขึ้นอาจเกิดน้ำท่วมปอดเฉียบพลัน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบากอย่างมากและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลวมีหลายประการ ไม่ได้เกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจเพียงอย่างเดียว อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด

โดยเฉพาะกรณีที่เกิด กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนอาจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจลดลงอย่างรวดเร็ว และในบางรายอาจพัฒนาไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้

เหนื่อยแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม?
สิ่งสำคัญคือการสังเกต “ความเปลี่ยนแปลง” ของร่างกาย หากจากเดิมที่เคยเดินขึ้นบันได ทำงานบ้าน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ แต่กลับเหนื่อยง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต้องหยุดพักบ่อย หรือหอบแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย อาการดังกล่าวไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงความเหนื่อยธรรมดา

อีกสัญญาณหนึ่งที่พบได้คือ อาการนอนราบไม่ได้ เมื่อเอนตัวลงนอนแล้วรู้สึกหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก หรือหอบจนต้องลุกขึ้นมานั่ง หรือต้องใช้หมอนหนุนศีรษะสูงขึ้นเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น อาการนี้อาจสัมพันธ์กับภาวะคั่งของเลือดและน้ำในปอด

บางคนอาจมีอาการ สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะหายใจไม่ออกหรือหอบเหนื่อย หลังจากหลับไปแล้วระยะหนึ่ง เมื่อลุกขึ้นนั่งจึงค่อย ๆ หายใจได้ดีขึ้น ลักษณะดังกล่าวเรียกว่า Paroxysmal Nocturnal Dyspnea หรือ PND ซึ่งเป็นอาการหนึ่งที่พบได้ในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว

นอกจากนี้ หากพบว่า เท้าหรือข้อเท้าบวม หน้าแข้งบวม หรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่วัน ก็ควรสังเกตอาการร่วมอื่น ๆ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำในร่างกาย อย่างไรก็ตาม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงไม่ควรใช้เพียงตัวเลขบนเครื่องชั่งในการวินิจฉัยโรค

เสมหะเป็นฟองสีชมพู สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
หนึ่งในอาการที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ หอบเหนื่อยอย่างรุนแรงร่วมกับไอและมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะน้ำท่วมปอดเฉียบพลัน

หากผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบากมากจนพูดเป็นประโยคไม่ได้ แน่นหรือเจ็บหน้าอกรุนแรง เหงื่อออกมาก หน้ามืด หมดสติ ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ หรือนอนราบไม่ได้ ควรถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ไม่ควรรอให้หายเองหรือรอวันนัดตรวจ

ควรโทร 1669 หรือเดินทางไปห้องฉุกเฉินโดยเร็ว เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากภาวะหัวใจหรือระบบหายใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรงของโรค
สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ เหนื่อยเวลาออกแรง นอนราบไม่สะดวก ขาบวม หรือมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรเข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

แพทย์อาจพิจารณาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) ตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) ตรวจเลือด และการตรวจอื่น ๆ ตามอาการและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและค้นหาสาเหตุของอาการ

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือมีโรคหัวใจอยู่เดิม ควรใส่ใจความเปลี่ยนแปลงของร่างกายมากเป็นพิเศษ

หัวใจแข็งแรง เริ่มจากการดูแลตัวเอง
การดูแลสุขภาพหัวใจสามารถเริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร ลดอาหารทอด อาหารไขมันสูง และอาหารเค็มจัด ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม งดสูบบุหรี่ รวมถึงควบคุมโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย เพราะอาการเหนื่อยง่ายหรือแน่นหน้าอกที่เกิดขึ้นใหม่ อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวัยหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอเสมอไป

หัวใจอาจกำลังส่งสัญญาณว่า “มีบางอย่างผิดปกติ”
อย่ารอให้อาการรุนแรงแล้วจึงไปพบแพทย์ เพราะการค้นหาสาเหตุและรักษาอย่างทันท่วงที อาจช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหนื่อยง่ายไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป โดยเฉพาะเมื่ออาการเปลี่ยนไปจากเดิม หากหัวใจส่งสัญญาณเตือน อย่าปล่อยผ่าน เพราะการใส่ใจตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยรักษาหัวใจและชีวิตของคนที่เรารักไว้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก :รศ.ดร.พญ.พรรณนิภา สุวรรณสม อาจารย์ประจำหน่วยวิชาระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ และอาจารย์ประจำคลินิกอาการ แน่นหน้าอก ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/wMH4Z

#ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน #สุขภาพหัวใจ #ภัยเงียบใกล้ตัว #รู้ทันโรคหัวใจ #สุขภาพน่ารู้ #ความรู้สุขภาพ #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช#หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

ร่วมแสดงความคิดเห็น