สื่อเมียนมาตีข่าวยึดหมูแช่แข็ง-ลูกชิ้นจากไทย อ้างนำเข้าผิดกฎหมาย ฝังทำลาย-ประมูลผักผลไม้ ทำอาหารท่าขี้เหล็กราคาพุ่ง 2 เท่า

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 สำนักข่าวเมียนมา รายงานว่า เจ้าหน้าที่เมียนมาได้ตรวจยึดสินค้าที่ขนส่งจากฝั่ง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เข้าไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

สินค้าที่ตรวจยึดมีทั้งหมูแช่แข็ง ลูกชิ้น และสินค้าอาหารประเภทต่างๆ โดยสื่อเมียนมาไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่ชัด แต่จากภาพข่าวพบว่ามีสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำไปฝังทำลายบริเวณสุสานเจาะดอว์ เขตพูนทุน จ.ท่าขี้เหล็ก หลังเจ้าหน้าที่ระบุว่าสินค้าดังกล่าวไม่ผ่านขั้นตอนพิธีการทางศุลกากร

ขณะที่ผักและผลไม้อีกหลายรายการที่ถูกตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำออกประมูลขายตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า การตรวจยึดเกิดขึ้นขณะสินค้าถูกลำเลียงด้วยยานพาหนะขนาดเล็ก ทั้งรถยนต์ตู้ รถจักรยานยนต์สามล้อดัดแปลง และยานพาหนะประเภทอื่นๆ โดยสินค้าส่วนใหญ่ถูกนำมาจากตลาดฝั่งไทยใน อ.แม่สาย ก่อนข้ามสะพานไปจำหน่ายยังตลาดใน จ.ท่าขี้เหล็ก

สำนักข่าวดังกล่าวยังรายงานด้วยว่า ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา สินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ปลา และผักที่จำหน่ายในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก มากกว่า 70% ถูกนำเข้าจากประเทศไทยเป็นประจำทุกวัน โดยการขนส่งจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเปิดสะพานในตอนเช้า ทำให้หลังจากเจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการตรวจสอบและสกัดการนำเข้าสินค้า ส่งผลกระทบต่อปริมาณสินค้าในตลาดและทำให้ราคาอาหารบางประเภทในท่าขี้เหล็กเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2 เท่า

ด้าน SHAN News ฉบับภาษาอังกฤษ รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของหญิงชาวท่าขี้เหล็กวัย 30 ปีว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคในพื้นที่สามารถซื้ออาหารที่นำเข้าจากฝั่งไทยได้ในราคาค่อนข้างถูก แต่ภายหลังวันที่ 15 ก.ย. เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1

นอกจากการตรวจยึดสินค้าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบยานพาหนะที่ใช้ขนส่งสินค้ากว่า 25 คัน เนื่องจากต้องสงสัยว่าอาจมีการลำเลียงสินค้านำเข้าโดยไม่ผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย

รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า การเพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้าสินค้าผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เคยเกิดขึ้นเป็นระยะทุกๆ 1-2 ปี หรืออาจนานกว่านั้น โดยในแต่ละครั้งมาตรการตรวจสอบอาจดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือนานนับเดือน

สำหรับสถานการณ์ครั้งล่าสุด มีการคาดการณ์ว่าอาจใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างไทย-เมียนมาผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ยังมีรายงานว่าสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ข้อมูลการตรวจยึด ปริมาณสินค้า และสาเหตุของการดำเนินการดังกล่าว เป็นข้อมูลที่สื่อเมียนมารายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ขณะที่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมจากหน่วยงานฝ่ายไทยเกี่ยวกับสินค้าล็อตดังกล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น