อุทาหรณ์ภัยการเงิน! มนุษย์เงินเดือนสาววัย 31 ปี เงินเดือน 2.4 หมื่น แบกหนี้บวมพุ่ง 5.2 ล้าน ผ่อนเดือนละ 7 หมื่น จ่อชนทางตันสุ่มเสี่ยงล้มละลาย
กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนสติสังคมคนทำงานอย่างหนัก หลังเพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” มีการเปิดเผยเคสวิกฤตทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนวัยเพียง 31 ปี ซึ่งมีรายได้ประจำเดือนละ 24,100 บาท และมีรายได้เสริมไม่แน่นอนราว 3,000–5,000 บาท แต่กลับแบกรับภาระหนี้สินรวมสูงถึง 5,289,671.44 บาท จากรายการหนี้สินทั้งหมด 26 รายการ ส่งผลให้มียอดผ่อนชำระสูงเกินกว่า 70,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมากกว่ารายได้จริงหลายเท่าตัว และเป็นตัวเลขที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ประจำวัน
สาเหตุสำคัญของวิกฤตหนี้สินบานปลายในครั้งนี้ เริ่มต้นจากการหมุนเวียนเงินเพื่อช่วยเหลือทางบ้านและการกู้ยืมหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ก่อนจะพยายามดิ้นรนด้วยการกู้สินเชื่อในระบบ ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อนำทรัพย์สินเข้าแลก เพื่อนำเงินกู้ก้อนใหม่ไปชำระหนี้ก้อนเก่า ซึ่งพฤติกรรมการกู้เงินมาโปะหนี้ไปวัน ๆ ดังกล่าวเปรียบเสมือนการขุดหลุมฝังตัวเองทางการเงิน จนกระทั่งยอดเงินต้นและดอกเบี้ยพอกพูนเป็นดินพอกหางหมูและเกินศักยภาพในการบริหารจัดการ
สถานการณ์ล่าสุดของลูกหนี้รายนี้กำลังก้าวเข้าสู่ทางตันอย่างแท้จริง เนื่องจากเงินเดือนสุทธิในสลิปเหลือใช้จริงไม่ถึงร้อยละ 30 ขณะที่ความพยายามในการขายที่ดินแปลงสุดท้ายต่ำกว่าราคาต้นทุนและราคาประเมินเพื่อนำเงินมาตัดหนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้เดือนนี้กลายเป็นเดือนแรกที่ไม่สามารถหมุนเงินมาผ่อนชำระตามกำหนดได้อีกต่อไป ซึ่งเข้าสู่วงจรเครดิตพังและเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีล้มละลายในท้ายที่สุด
เคสดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตกอยู่ในภาวะหมุนเงินกู้ใหม่โปะหนี้เก่า ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที ก่อนที่วงจรการเงินจะพังพินาศ โดยคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องวิกฤตคือ ต้องหยุดสร้างหนี้เพิ่ม ยอมรับความจริง รวบรวมรายการหนี้ทั้งหมด และเร่งนำตัวเลขจริงเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันการเงินเพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างถูกวิธี ก่อนที่จะสายเกินแก้





ร่วมแสดงความคิดเห็น