ยูเอ็น : ประเทศไทยต้องเพิ่มการลงทุนป้องกันและควบคุม NCDs

ขณะนี้ หลายๆฝ่ายยังวุ่นอยู่กับปัญหาโรงพยาบาลรัฐประสบภาวะงบประมาณไม่เพียงพอ ในการรักษาผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทอง
เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น โรคความดันสูง โรคเส้นเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง เบาหวาน มะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง และโรคอ้วน เป็นภาระใหญ่ ด้านการให้บริการและงบประมาณของโรงพยาบาลรัฐ
เฉพาะคนไทยที่ป่วยจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่แต่ยังมีชีวิตอยู่ ก็มีจำนวนกว่า 1,300,000คน ตามการประเมินของผู้เชี่ยชาญองค์การอนามัยโลก จากสถิติที่มีคนไทยเสียชีวิตจากสูบบุหรี่ปีละ 6 หมื่นกว่าคน และทุกๆหนึ่งคนที่เสียชีวิต จะมี 20 คนที่ป่วยจากการสูบบุหรี่แล้วแต่ยังมีชีวิตอยู่
ยูเอ็น ได้ส่ง คณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานสหประชาชาติ ว่าด้วยเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ( Joint Mission of the United Nations Interagency Task Force on the Prevention and Control of Noncommunicable Diseases)จำนวน 8 คน มาร่วมประชุมกับหน่วยงานต่างๆของประเทศไทยระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม พ.ศ.2561
ข้อเสนอในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทุนงบประมาณภาครัฐ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพประชาชน
1. ยกเลิกภาษีบุหรี่หลายอัตรา และขึ้นภาษีบุหรี่มวนเองอย่างมีนัยสำคัญ
2. เพิ่มภาษีเครื่องดื่มที่มีนำ้ตาล
3. เพิ่มนวตกรรมด้านภาษียาสูบ แอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีนำ้ตาล เพื่อป้องกันและควบคุม NCDs อันรวมถึง กองทุนสสส งบสนับสนุนการป้องกันโรค/สร้างเสริมสุขภาพของสปสช และงบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4.เพิ่มงบประมาณสำหรับสร้างเสริมสุขภาพของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกคองส่วนท้องถิ่นเพื่อการป้องกันและควบคุม NCDs

 จะเห็นว่า ในความเห็นของผู้แทนจากยูเอ็น ประเทศไทยต้องลงทุนในการป้องกันและควบคุมNCDs มากกว่านี้
เป็นความจำเป็นที่จะต้องลงทุน เพื่อลดการเจ็บป่วยจาก NCDs ลดภาระโรงพยาบาลและงบประมาณในการรักษาคนป่วย ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าที่จะคอยรักษาคนที่ป่วยแล้วมาก
ผู้เชี่ยวชาญยังมีความเห็นว่า กระทรวงต่างๆ จำเป็นที่จะต้องเพิ่มงบประมาณสนับสนุนการป้องกันและควบคุมNCDs 

ซึ่งในขณะนี้แทบจะไม่มีการตั้งงบประมาณสำหรับสนับสนุนการป้องกันและควบคุมNCDs เลย
ขณะที่มีบางกระทรวงตั้งงบประมาณสำหรับสร้างเสริมสุขภาพ เวลาพิจารณา สำนักงบประมาณบอกให้ไปขอสสส. ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากยูเอ็น มีความเห็นว่า งบที่สสสมีอยู่ ไม่เพียงพอที่จะใช้ในการป้องกันและควบคุมNCDs
ความน่ากังวลมากที่สุดคือ ผู้นำประเทศไม่เข้าใจว่า การป้องกันและควบคุม NCDs ต้องมีส่วนร่วมจากกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ฝากความรับผิดชอบไว้กับการรณรงค์ให้ความรู้ โดยฝ่ายต่างๆรวมทั้งสสสเท่านั้น
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 17 กันยายน 2569
อ้างอิงhttps://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/ee80f299-f909-421f-a8b7-c6dba5dc8daa/content

ร่วมแสดงความคิดเห็น