ไม่ใช่เยลลี่! “วุ้นไม้ไผ่” ของแปลกหากินยาก ปีหนึ่งมีให้กินช่วงเดียว

วันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงปลายฤดูฝนในพื้นที่จังหวัดพะเยา ชาวบ้านในหลายพื้นที่เริ่มออกเข้าป่าตามหาของกินจากธรรมชาติที่มีให้เก็บเพียงตามฤดูกาล นั่นคือ วุ้นไม้ไผ่ หรือที่ชาวบ้านบางพื้นที่เรียกว่า เฟี้ยง ซึ่งเป็นของกินพื้นบ้านที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น

วุ้นดังกล่าวพบอยู่ภายในลำไผ่บางชนิด โดยเฉพาะบริเวณป่าไผ่ซางและไผ่บง มีลักษณะเป็นวุ้นใส เนื้อนิ่มและเด้ง คล้ายเยลลี่ แต่ไม่ได้มีรสหวานเหมือนขนมทั่วไป โดยมักพบในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้กลายเป็นอาหารจากธรรมชาติที่ชาวบ้านในพื้นที่เฝ้ารอในแต่ละปี

สำหรับการออกตามหาวุ้นไม้ไผ่ ชาวบ้านจะเดินสำรวจตามกอไผ่ในพื้นที่ป่า โดยต้องอาศัยประสบการณ์ในการสังเกตลักษณะของลำไผ่และกาบไผ่ หากพบลำไผ่ที่กาบเริ่มล่อนหรือหลุดออกจากลำ ก็จะเข้าไปตรวจสอบว่าภายในปล้องมีวุ้นอยู่หรือไม่
จากนั้นจะใช้มีดหรืออุปกรณ์เจาะบริเวณกลางปล้องอย่างระมัดระวัง หากพบวุ้นอยู่ภายใน จึงค่อยนำออกมาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ โดยจะเก็บเฉพาะส่วนที่สามารถนำไปรับประทานได้ ไม่ใช่ไผ่ทุกลำจะมีวุ้น และแม้จะเป็นกอเดียวกันแต่ละปล้องก็อาจมีปริมาณแตกต่างกัน บางปล้องอาจไม่มีวุ้นเลย หรือพบเพียงของเหลวอยู่ภายใน ทำให้การออกหาแต่ละครั้งต้องอาศัยทั้งความชำนาญ ประสบการณ์ และโชคของคนเข้าป่า

หลังจากได้วุ้นไม้ไผ่มาแล้ว ชาวบ้านจะนำมาทำความสะอาด คัดเอาเศษเยื่อหรือเศษไม้ที่ติดมากับวุ้นออก ก่อนนำไปประกอบอาหารตามสูตรพื้นบ้านของแต่ละครอบครัว
หนึ่งในเมนูที่ชาวบ้านนิยมทำคือ ยำเฟี้ยงหรือยำวุ้นไม้ไผ่ โดยนำวุ้นมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง เช่น พริก กระเทียม เกลือ และเครื่องปรุงรสตามสูตรของแต่ละพื้นที่ บางครัวเรือนอาจนำเนื้อปลาที่ปรุงสุกแล้วมาผสมเพิ่มรสชาติและความหอม นอกจากนี้บางคนยังนำวุ้นมารับประทานสด หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว สำหรับชาวบ้านบางราย นอกจากเก็บวุ้นไม้ไผ่ไว้รับประทานในครอบครัวแล้ว ยังนำส่วนที่เก็บได้ไปจำหน่ายตามตลาดท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้เสริมในช่วงฤดูกาล ด้วยความที่วุ้นไม้ไผ่ไม่ได้พบในไผ่ทุกลำ อีกทั้งมีช่วงเวลาให้เก็บหาเพียงระยะหนึ่งของปี ทำให้ วุ้นไม้ไผ่ หรือ เฟี้ยง กลายเป็นอีกหนึ่งของกินพื้นบ้านจากป่าที่หากินได้ยาก และหนึ่งปีจะมีเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น