SAVE อสม.นาน้อย เรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้ได้รับผลกระทบ “7+6+กลุ่ม 3” เดินหน้าขอรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยกระดับการแจ้งเตือนภัยอาหารเสริม ปกป้องสิทธิผู้บริโภค
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมบ้านถั่วลิสง
นายวุฒิกร พุทธิกุล หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือต่อ นางสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลักดันมาตรการคุ้มครองสิทธิแก่ อสม. และผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
การยื่นหนังสือครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม รวมทั้งทบทวนมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่มีการนำเสนอหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคู่กับกิจกรรมการอบรมหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยต้องคำนึงถึงสิทธิในการรับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และสิทธิในการตัดสินใจซื้อโดยปราศจากการชักจูงที่ไม่เหมาะสม
4 ข้อเรียกร้องสำคัญ
- ขอให้ตรวจสอบระบบการอบรมและมาตรฐานด้านจริยธรรมของ อสม.
ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตรวจสอบระบบการอบรม กระบวนการกำกับดูแล และมาตรฐานด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาสาสมัครสาธารณสุข จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และมีแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก - ขอให้ทบทวนและปฏิรูปกฎหมายอาหารให้ทันต่อรูปแบบการตลาดยุคใหม่
ขอให้เร่งทบทวนและปฏิรูปพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการโฆษณา การขายออนไลน์ การไลฟ์สด การตลาดผ่านบุคคลหรือเครือข่าย และการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายและคุ้มครองผู้บริโภค - ขอให้ตรวจสอบการนำเสนอหรือจำหน่ายอาหารเสริมในกิจกรรมอบรม
ขอให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตรวจสอบและทบทวนการบังคับใช้พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ในกรณีที่มีการนำเสนอหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระหว่างกิจกรรมการอบรม รวมถึงตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงหรือไม่ และเป็นไปตามกฎหมายและหลักการคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ โดยกฎหมายดังกล่าวมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคและการกำกับธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงโดยเฉพาะ - ใช้สิทธิทางกฎหมายและการฟ้องคดีแทนผู้บริโภค
ขอให้สภาองค์กรของผู้บริโภคพิจารณาใช้สิทธิและกลไกทางกฎหมาย รวมถึง การฟ้องคดีแทนผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้รับการเยียวยา และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม
ยกระดับการแจ้งเตือนผู้บริโภค “อาหารเสริม” ต้องระวังอะไรบ้าง?
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน ขอเน้นย้ำว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่ควรหลงเชื่อการโฆษณาว่าสามารถบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรคได้ ผู้บริโภคควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อพบผลิตภัณฑ์ที่มีการโฆษณาหรือเสนอขายในลักษณะดังต่อไปนี้
อ้างว่าสามารถ รักษาโรค ลดอาการของโรค หรือเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
อ้างว่า “ปลอดภัย 100%” หรือ “ไม่มีผลข้างเคียง” โดยไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือรองรับ
โฆษณาเกินจริง เช่น ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ผอมทันที เพิ่มสมรรถภาพ หรือรักษาโรคเรื้อรัง
ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้าไม่ชัดเจน
แสดงเลขสารบบอาหารหรือข้อมูล อย. ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ หรืออาจเป็นการนำเลขของผลิตภัณฑ์อื่นมาแอบอ้าง
มีการเร่งรัดให้ซื้อ เช่น โปรโมชั่นเฉพาะในห้องอบรม การซื้อเป็นชุด การชักชวนให้สมัครสมาชิก หรือการกดดันให้ตัดสินใจทันที
มีการนำบุคลากรด้านสุขภาพ ผู้มีชื่อเสียง หรือบุคคลที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโดยไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ
ที่ผ่านมา อย. มีการตรวจพบกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์อื่นมาแอบอ้าง รวมถึงกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อทุกครั้ง
หลัก “เช็กก่อนซื้อ” ที่ผู้บริโภคควรทำ - เช็กเลข อย. และสถานะผลิตภัณฑ์
อย่าเชื่อเพียงเพราะมีการพิมพ์คำว่า “อย.” หรือมีตัวเลขบนฉลาก ควรตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์และผู้ผลิตจริงหรือไม่ผ่านช่องทางตรวจสอบของ อย. - เช็กข้อความโฆษณา
หากอ้างว่าสามารถรักษาโรค ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือให้ผลมหัศจรรย์ ควรหยุดและตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะ อย. เตือนให้ผู้บริโภคระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง - เช็กฉลากและแหล่งจำหน่าย
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากภาษาไทยครบถ้วน มีข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ส่วนประกอบ วิธีใช้ วันผลิต วันหมดอายุ และข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค - อย่าใช้คำว่า “อาหารเสริม” แทนคำว่า “ยา”
หากมีอาการเจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัว ไม่ควรหยุดยาหรือเปลี่ยนการรักษาไปใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยพลการ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อน - หากสงสัยหรือได้รับอันตราย ให้เก็บหลักฐานไว้
เก็บภาพฉลาก กล่องสินค้า เลขสารบบอาหาร ใบเสร็จ หลักฐานการโอนเงิน โฆษณา ข้อความสนทนา และข้อมูลผู้ขาย เพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนหรือดำเนินการตามสิทธิ
ผู้บริโภคที่สงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือได้รับผลกระทบจากการใช้ผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อ สายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงช่องทางร้องเรียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
“ไม่ได้มุ่งกล่าวหา แต่ขอให้ตรวจสอบอย่างเป็นธรรม”
นายวุฒิกร พุทธิกุล ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ปกป้องสิทธิของ อสม. และผู้บริโภค ไม่ให้ต้องแบกรับผลกระทบโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบที่เหมาะสม
ทั้งนี้ การเรียกร้องดังกล่าว ไม่ได้มุ่งกล่าวหา หรือตัดสินบุคคล หน่วยงาน หรือผลิตภัณฑ์ใดล่วงหน้า แต่ต้องการให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่านยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และพร้อมใช้กลไกของสภาองค์กรของผู้บริโภคในการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ประสานงาน และดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงกระบวนการคุ้มครองสิทธิและการเยียวยาอย่างเป็นธรรม
“ทุกปัญหาผู้บริโภค เรามีคำตอบ”


ร่วมแสดงความคิดเห็น