จะเกิดอะไรขึ้นเมื่องบควบคุมยาสูบมาจากงบประมาณปกติ

ขณะนี้มีการเตรียมเสนอร่างกฏหมาย เพื่อเปลี่ยนที่มาของงบประมาณสสส.จากงบประมาณเจาะจง ที่เก็บจากภาษีบุหรี่และสุรา ให้กองทุนสสส.นำไปจัดสรรค์ให้โครงการรณรงค์ควบคุมสุราและยาสูบ
หากเป็นเช่นนั้น ฟันธงได้เลยว่า สัดส่วนงบที่จะสนับสนุนการควบคุมสุราและยาสูบ จะถูกแทรกแซง ทั้งจำนวนงบประมาณ และโครงการที่จะสนับสนุน ดังจะรายละเอียดดังต่อไปนี้
สำนักงบจัดงบประมาณเพื่อการควบคุมยาสูบให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ปี 2534 ตามมติครม.เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2533 เพื่อแลกเปลี่ยนกับการเปิดให้บุหรี่ต่างประเทศเข้ามาขายได้ถูกกฏหมายในประเทศไทย
โดยครม.อนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุขตั้งสำนักงานควบคุมยาสูบพร้อมให้สำนักงบจัดงบประมาณสนับสนุนที่ขอไปปีละ 50 ล้านบาท“ตามความเหมาะสม”
ซึ่งสำนักงบจัดให้ 32 ล้านบาทในปี 2534 ปีต่อมางบที่ได้รับลดเหลือ 22 ล้านและลดลงตามลำดับจนเหลือ 10 ล้านบาทในปี 2538
ไม่เพียงแต่งบประมาณจะค่อยๆลดลง มีฝ่ายการเมืองส่งสัญญานให้สำนักควบคุมยาสูบทำเฉพาะให้ความรู้พิษภัยบุหรี่ รณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่ ไม่ให้ทำเรื่องเกี่ยวกับนโยบาย และย้ายสำนักงานควบคุมยาสูบจาก สำนักงานปลัดสธ ไปอยู่ที่กรมควบคุมโรค
นโยบายนี้ บังเอิญไปตรงกับนโยบายที่บริษัทบุหรี่แทรกแซงกองทุนควบคุมยาสูบจากภาษีบุหรี่โดยตรงของรัฐต่างๆ จนสุดท้ายกองทุนยาสูบถูกยุบไปเกือบทุกรัฐ

  เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดกับกองทุนจากการแทรกแซงโดยธุรกิจ/การเมือง การเสนอร่างกฏหมายกองทุนสสส. จึงกำหนดหลักการหลัก 2 ข้อคือ   
  1 งบประมาณมาจากภาษีบุหรี่สุราที่เก็บเพิ่มขึ้น 2% ส่งเข้ากองทุนโดยตรง เพื่อประกันความต่อเนื่องสมำ่เสมอ ที่มีความสำคัญสำหรับการสนับสนุนโครงการสร้างเสริมสุขภาพ ที่แต่ละโครงการอาจใช้เวลาหลายปี
  หลักการข้อที่ 2 คือ กองทุนสสส.ต้องเป็นกองทุนอิสระ บริหารโดยคณะกรรมการ เพื่อความเป็นอิสระในการกำหนดยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนทุนแก่โครงการต่างๆ ตามหลักฐานประจักษ์ของสถิติ/ภาระโรคในแต่ละช่วงเวลา ที่สำคัญเพื่อป้องกันการแทรกแซงนโยบาย จนกระทั่งการแทรกแซงระดับโครงการ
 การวิจัยศึกษา วิจัย ทำความเข้าใจแนวคิดหลักการของกองทุนสสส.เริ่มตั้งแต่พ.ศ.2537 ผ่านขั้นตอนต่างๆจนตราเป็นกฏหมายในปี 2544 ใช้เวลา7 ปี ผ่านรัฐบาลจากการเลือกตั้ง 5 รัฐบาล

 สังคมจึงต้องตั้งคำถามถึงการดำเนินการอย่างสุดจะรีบร้อน ให้เวลารับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพียง 2 สัปดาห์ และรวบรัดที่จะเสนอเข้าสภาพิจารณา ยกเลิกภาษีบาปที่จ่ายตรงถึงกองทุนสสส.และอีก 3 กองทุน ทั้งที่พรบ.วินัยการเงินการคลังพ.ศ.2561 ไม่ให้มีการออกกฏหมายกำหนดภาษีเจาะจง และมีข้อยกเว้นสำหรับกองทุนที่มีอยู่แล้ว
  รัฐบาลกำลังจะยกเลิกกลไกการเงินการคลัง ที่ออกแบบมาอย่างรอบคอบ

เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ/ป้องกันโรค ลดการเสียชีวิต อย่างอิสระถูกหลักวิชาการ ป้องกันการแทรกแซงจากการเมืองและธุรกิจ ที่องค์การอนามัยโลกนำไปเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นๆทำตาม
จึงขอวิงวอนให้ท่านนายกอนุทิน ได้รักษาหลักการสำคัญทั้ง 2 ข้อในพรบ.กองทุนสสส.ไว้ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการสาธารณสุขของประเทศไทย
ส่วนหากมีปัญหาที่ต้องแก้ไขเกี่ยวกับการบริหารงานของสสส.ก็จะต้องไปพิจารณาแต่ละประเด็นโดยตรง
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 11 ตุลาคม 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น