อุทยานแห่งชาติศรีลานนา สนธิกำลังตำรวจ CIB โดย บก.ปทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซุ่มจับขบวนการลักลอบตัดไม้ประดู่และไม้ชิงชันกลางป่าเชียงดาว ยึดไม้ของกลาง 31 แผ่น /เหลี่ยม พร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวม 5 คัน มูลค่าความเสียหายรัฐกว่า 2 แสนบาท
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา สนธิกำลังร่วมกับตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดง ทหาร และหน่วยปฏิบัติการพิเศษด้านป่าไม้ เปิดปฏิบัติการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) ซุ่มเฝ้าติดตามขบวนการลักลอบตัดและขนย้ายไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดไม้ประดู่แปรรูปและยานพาหนะหลายรายการ
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นายอานนท์ กุลนิล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมกับ นายประกาศิต ระวิวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแดง และ พ.ต.ต.จิรายุ อิ่นแก้ว สารวัตร (สอบสวน) กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ชบ.13 บก.ดปส.ฯ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 สปป.3 (ภาคเหนือ)
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบตัดไม้มีค่าบริเวณป่าตะเคียน–ห้วยต้นโชค–ห้วยปลาปรุง ท้องที่บ้านปางมะเยา หย่อมบ้านห้วยตะเคียน หมู่ที่ 4 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาวและอุทยานแห่งชาติศรีลานนา
เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังเข้าลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ กระทั่งได้ยินเสียงการตัดไม้ภายในป่า จึงวางกำลังดักซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์เป็นเวลาประมาณ 2 คืน เพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้กระทำผิด
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงรถยนต์และพบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ลักษณะคล้ายกำลังขนถ่ายไม้จากรถกระบะขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวน 8 คน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้พยายามหลบหนี โดยชาย 2 คนขับรถหลบหนีไป 1 คัน และชายอีก 5 คนอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวชายต้องสงสัยได้ 1 ราย
จากการตรวจสอบทราบชื่อ นายปรีดารุ่ง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งให้ถ้อยคำเบื้องต้นว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลชื่อสมบัติ ไม่ทราบชื่อจริง ให้ขับรถบรรทุกทะเบียน สุโขทัย เข้ามารับไม้เพื่อนำไปส่งยังอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ โดยตกลงค่าจ้างประมาณ 10,000 บาท
ผลการตรวจยึดของกลาง เจ้าหน้าที่ตรวจพบไม้ประดู่และไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 31 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตรรวม 3.14 ลูกบาศก์เมตร ประเมินมูลค่าความเสียหายของรัฐจำนวน 219,800 บาท พร้อมยานพาหนะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน สุโขทัย จำนวน 1 คัน รถกระบะทะเบียน เชียงใหม่ จำนวน 2 คัน รวมทั้งรถจักรยานยนต์ Honda Wave จำนวน 2 คัน รวมยานพาหนะที่ตรวจยึดทั้งสิ้น 5 คัน
เบื้องต้นคณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ได้แก่ พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พร้อมจัดทำบันทึกตรวจยึดจับกุมและรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีการร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลอื่นๆ เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งตำรวจ CIB ได้เฝ้าติดตามและมีข้อมูลของบุคคลกลุ่มขบวนการทำไม้ในป่าและนายทุนทั้งหมดที่หลบหนีไปและสั่งการมารับทราบข้อกล่าวหาและออกหมายจับต่อไป
การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ตำรวจ ปทส. ทหาร และหน่วยงานด้านการป้องกันรักษาป่า ในการบูรณาการกำลังสืบสวนและลาดตระเวนเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจนรักษาผืนป่าต้นน้ำและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน





ร่วมแสดงความคิดเห็น