แคนาดารวย แต่เคยทุ่ม ซ่อมเท่าไรสุขภาพประชนชนก็ไม่ดีขึ้น

วันก่อนโฆษกรัฐบาล น.พ.เอกภพ เพียรพิเศษ โพสต์ว่า เงินงบประมาณสสส.4,000 ล้านบาทใช้ก่อสร้างโรงพยาบาล/ซื้อรถพยาบาล/ครุภัณฑ์ได้เท่าไร
แต่ไม่ได้พูดถึงว่า งบด้านรักษาสุขภาพของภาครัฐเท่ากับ 6 แสนกว่าล้านบาทต่อปี และเท่ากับ 8 แสนกว่าล้านบาทต่อปีเมื่อรวมงบของภาคส่วนอื่นๆด้วย(ปี 2566)
ทำให้คิดถึงรายงานของกระทรวงสาธารณสุขแคนาดาปีพ.ศ.2517 A New Perspective on the Health of the Canadians หรือ มุมมองใหม่ด้านสุขภาพของชาวแคนาดา
ที่ข้อมูลปี 2514 พบว่า 72.1%ของการเสียชีวิตมาจากจากโรคไม่ติดต่อและอุบัติเหตุจราจร ทั้งที่แคนาดามีจำนวนเตียงผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล ต่อประชากรที่เพียงพอในระดับต้นๆของโลก รวมทั้งความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้านการรักษา
ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศเท่ากับ 7.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม และเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวม
การวิเคราะห์พบว่า พฤติกรรมส่วนบุคคล เช่นการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกาย กินอาหารไม่เหมาะสม และสิ่งแวดลปัจจัยสิ่งแวดล้อม มลพิษในอากาศ อุบัติเหตุจราจร เป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและเสียชีวิต
ผมชอบที่รัฐมนตรีสาธารณสุข Marc LaLonde เขียนในบทนำของรายงานว่า
” สำหรับปัจจัยเสี่ยงสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม มลพิษในอากาศ และพฤติกรรมเสี่ยงเช่น ดื่มสุรา สูบบุหรี่ และการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง
ระบบบริการสุขภาพที่เป็นอยู่(ที่จัดว่าดีที่สุดแล้ว) ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากเป็นเหมือนตระแกรงที่รองรับเหยื่อ(ที่เจ็บป่วย)“
เป็นที่มาของการตลกผลึกความคิด จนมีการจัดประชุมร่วมกับองค์การอนามัยโลกที่เมืองออตตาวา ประกาศ กลยุทธ์ 5 ข้อของการสร้างเสริมสุขภาพ
ตั้งแต่การมีนโยบายสาธารณะที่ดี ควบคุมปัจจัยเสี่ยง การมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การเพิ่มความเข้มแข็งชุมชน การทำให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ การปรับระบบบริการให้เน้นการสร้างเสริมสุขภาพ
ถูกแล้วที่จะถามว่าเงินที่ลงทุนสร้างเสริมสุขภาพที่ใช้โดยสสส. คุ้มค่าหรือไม่ ตามที่โฆษกรัฐบาลตั้งคำถาม และสสส.ต้องชี้แจง
ซึ่งแตกต่างจากคำถามว่า ควรจะมีการลงทุนในการสร้างเสริมสุขภาพหรือไม่ ที่เราต้องหันกลับไปดูประเทศที่รำ่รวยอย่างแคนาดา ที่เขาไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณในการรักษาโรค
แต่เขาก็หันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ
ส่วนจำนวนงบประมาณที่ใช้ลงทุนสร้างสุขภาพ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและควบคุมNCDs ของสหประชาชาติ ที่มาประเมินประเทศไทย เมื่อปี 2561 มีข้อแนะนำรัฐบาลไทยว่า
”ควรรักษานวรรตกรรมด้านงบประมาณสนับสนุนการป้องกันและควบคุม NCDs จากยาสูบ สุรา และเครื่องดื่มที่มีนำ้ตาล ของสสส. สปสช และงบประมาณขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงอื่นๆ ควรเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกัน NCDs ด้วย“
ขอนำคำกล่าวของ เบนจะมิน แฟรงคลิน บิดาผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวว่า “การป้องกันด้วยหนึ่งออนซ์ ดีกว่าการรักษาด้วยหนึ่งปอนด์”
หนึ่งปอนด์ = 16 ออนซ์
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 20 ตุลาคม 2569
อ้างอิง
https://siamrath.co.th/politics/327871
https://publications.gc.ca/site/eng/9.692294/publication.html

ร่วมแสดงความคิดเห็น