”บริษัทบุหรี่คัดค้านภาษีบาปเจาะจงเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ “ หากเรายกเลิกใครได้ประโยชน์
ในการทำงานควบคุมยาสูบ บริษัทบุหรี่จะต่อสู้ ขัดขวางนโยบายใดๆก็ตาม ที่จะทำให้คนสูบบุหรี่ลดลง
ตั้งแต่การขึ้นภาษี การห้ามโฆษณา การพิมพ์คำเตือนเป็นรูปภาพ การควบคุมส่วนประกอบ กระทั่งการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
พูดง่ายๆคือ บริษัทบุหรี่จะคัดค้านนโยบาย ที่ส่งผลเสียต่อกำไรของบริษัท แต่ส่งผลดีในการทำให้คนสูบบุหรี่ลดลง
ดังนั้น เมื่อบริษัทคัดค้านการใช้ภาษีบาปที่ส่งตรงให้แก่สสส. แสดงว่า การจัดงบประมาณลักษณะนี้ ส่งผลเสียต่อบริษัทบุหรี่/ทำให้กำไรลดลง
ซึ่งในมุมกลับกัน คือส่งผลดีต่อการลดจำนวนคนสูบบุหรี่
เอกสารภายในของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติจำนวนมาก คัดค้าน“การกำหนดภาษีบุหรี่เจาะจง” ด้วยการอ้างว่า“เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง”โดยเฉพาะหากนำไปใช้รณรงค์ไม่สูบบุหรี่/ควบคุมยาสูบ ตามที่กฏหมายสสส.กำหนด(อินโฟ)
คำถามคือ เป็นไปได้หรือ ที่บริษัทบุหรี่ จะแคร์สังคม/ห่วงผลประโยชน์ของส่วนรวม รวมถึงการรักษา“วินัยการเงินการคลัง”ในการใช้ภาษีบุหรี่
ในเมื่อบริษัทเหล่านี้ คัดค้านการออกกฏหมายควบคุมยาสูบของประเทศไทย เคยฟ้องศาล เพื่อล้มล้างกฏหมายขยายขนาดภาพคำเตือนของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2556-57 ที่จะเตือนให้คนเลิกสูบ
และศาลสหรัฐอเมริกาเคยตัดสินว่า บริษัทบุหรี่กลุ่มเดียวกันมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฏหมายThe Racketeer Influences and Corruption Organization Act ( RICO Act)ในปี พ.ศ.2542 (ซึ่งเทียบได้กับกฏหมายความผิดฐานอั้งยี่ ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 209 ของประเทศไทย )
ด้วยการบิดเบือนอันตรายของการสูบบุหรี่และควันบุหรี่มือสอง จงใจผลิตบุหรี่ให้เสพติดมากขึ้น ทำการตลาดพุ่งเป้าไปที่เด็ก
นักการเมืองที่เสนอแก้กฏหมาย ที่นำภาษีบาปเจาะจง ส่งตรงให้สสส. จึงควรเอะใจในฐานะผู้แทนปวงชนว่า “ทำไมความคิดเราจึงเหมือนกับของบริษัท” และทบทวนข้อเสนอของตน
เพราะเมื่อข้อเสนอนี้สมประโยชน์บริษัทบุหรี่ ซึ่งแน่นอนว่าอะไรที่สมประโยชน์บริษัทบุหรี่ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนไทย-การสาธารณสุขของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 22 ตุลาคม 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น