โฆษกรัฐบาล:ปัจจัยเสี่ยงNCDsไม่ลด ต้นเหตุแก้กฏหมาย สสส. อีกครั้ง
ผมยังติดใจที่โฆษกรัฐบาล นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ออกข่าวว่า แก้กฏหมายแหล่งงบประมาณสสส.เพราะปัจจัยเสี่ยง NCDs ไม่ลด
ถ้านี่เป็นความเห็นส่วนตัวของโฆษกรัฐบาล ก็ไม่สู้กระไร แต่ถ้าเป็นความเห็นของรัฐบาลจริงๆ สุขภาพของคนไทยจะอยู่ในภาวะวิกฤตยาวนานอย่างแน่นอน
เพราะการคิดเช่นนี้ จะทำให้สังคมไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ ในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงNCDs เพราะโฆษกรัฐบาลชี้นำ-โยนความรับผิดชอบให้สสส.ไปแล้ว
ผมขอนำอินโฟกราฟฟิกมาแสดง 2 ชิ้น เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง ที่สสส.ทำไม่ได้ นอกจากรัฐบาล/เจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องทำ
อินโฟแรก ชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบในการแก้ปัญหาโรคเรื้อรัง NCDs ที่มีตั้งแต่
องค์ประกอบที่ 1 การรักษา/ฟื้นฟูสุขภาพคนที่ป่วยแล้ว การป้องกันส่วนบุคคลเช่นการให้สุขศึกษา/การฉีดวัคซีน โดยหน่วยงานบริการสุขภาพทั้งประเทศ
องค์ประกอบที่ 2 คือการป้องกันปัจจัยเสี่ยงหลัก NCDs ในระดับประชากร เช่นการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกาย และการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง
ส่วนแรกเป็นงาน/กิจกรรมที่สสส.ให้การสนับสนุน เช่นการรณรงค์ให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ การจัดประชุม/ฝึกอบรม จัดสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ให้รู้และความร่วมมือกฏหมายบุหรี่-สุรา-ความปลอดภัยทางถนน
สนับสนุนให้มีศูนย์วิชาการ-สำรวจวิจัย-เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ สร้างกระแส/ค่านิยม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ชี้แนะ-สนับสนุนการกำหนด/ผลักดันนโยบาย-ออกกฏหมาย
ส่วนที่ 2 ที่สำคัญที่สุดในการลดปัจจัยเสี่ยงNCDs คือการออกกฏระเบียบ กฏหมาย นโบายด้านภาษี เพื่อควบคุมสินค้าบริโภคที่เป็นอันตรยต่อสุขภาพ เช่นบุหรี่ สุรา อาหารแปรรูป จั๊งฟูด เครื่องดื่มที่มีนำ้ตาล
รวมทั้งนโยบายที่จัดให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่นสวนสาธารณะ/ที่ออกกำลังกาย ทางเดิน ทางจักรยาน ฯลฯ
ซึ่งองค์ประกอบด้านนโยบาย-กฏหมาย-ภาษี เป็นหน้าที่ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจในการดำเนินการ ที่สสส.ทำได้เฉพาะการสนับสนุนให้มีการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการกำหนดนโยบาย-ออกกฏหมาย
อินโฟที่ 2 แสดงถึงมาตรการที่มีประสิทธิภาพ/คุ้มค่าที่สุด ”Best Buy “ในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงNCDs เช่นการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา การกินอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกาย และการขาดการออกกำลังกาย
ที่เกือบทั้งหมดเป็น“นโยบาย-กฏหมาย ” ที่กระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องกำหนดให้มีขึ้น สสส.เป็นเพียงฝ่ายชี้แนะ-สนับสนุน ทั้งนโยบายขาขึ้น และให้มีการปฏิบัติตามกฏหมาย-ขาลง
ท่านโฆษก รวมทั้งรัฐบาลจึงต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง ในการลดปัจจัยเสี่ยงNCDs ที่เป็นหน้าที่ขององคาพยบทั้งหมดของรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะสสส.
และอย่าปฏิเสธว่า การนำภาษีบาปที่จ่ายตรงถึงสสส.เป็นแค่การเปลี่ยนที่มาของแหล่งเงิน ไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพของสสส.
ขอยืนยันอีกครั้งว่า กลไกภาษีบาปที่ส่งตรงเป็นงบประมาณของสสส. มีความจำเป็น ในการที่จะสนับสนุน-สร้างกระแสสนับสนุนรัฐบาล ในการกำหนดนโยบาย เพื่อควบคุมสินค้าที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งธุรกิจจะขัดขวางการกำหนดนโยบายเหล่านี้
สิ่งที่ควรทำคือ การเพิ่มประสิทธิภาพของสสส. โดยการแก้ไขปรับปรุงจุดอ่อนที่มีของสสส.ในทุกด้าน ตามที่หลายฝ่ายเสนอ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 31 ตุลาคม 2569
อ้างอิง
https://www.hfocus.org/content/2026/10/39783


ร่วมแสดงความคิดเห็น