หมอเอกโฆษกรัฐบาล : รณรงค์แล้วคนสูบบุหรี่ไม่ลดตามเป้า เรื่องนี้ต้องเคลียร์

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาลออกข่าว เผยสาเหตุแก้พ.ร.บ.สสส.เหตุ25 ปี ปัจจัยเสี่ยงNCDs รวมทั้งจำนวนคนสูบบุหรี่ไม่ลด
ถ้าอ่านคำให้สัมภาษณ์ของหมอเอก เห็นได้ว่า คุณหมอเข้าใจว่าการลดปัจจัยเสี่ยงNCDs อยู่ที่การรณรงค์ และเป็นความรับผิดชอบของสสส.ที่ทำงานไม่ได้ผล
เรื่องนี้ไม่แปลก เพราะมีคนถามผมบ่อยๆว่า “ทำไมรณรงค์ตั้งนาน คนสูบบุหรี่ยังไม่ลดจาก 10 ล้านคน”
จึงถือโอกาสนี้ อธิบายให้ทุกฝ่ายรวมทั้งหมอเอกเข้าใจว่า ทำไมคนสูบบุหรี่ไม่ลดลง
ต้องเริ่มต้นด้วยว่า การสำรวจในปี 2534 เรามีคนสูบบุหรี่ 12.2 ล้านคน แต่ปัจจุบันมี 10 ล้านคน แม้ดูเหมือนคนสูบจะลดลงนิดเดียว
แต่หากดูอัตราการสูบ จะพบว่าลดลงจาก 32% ในปี 2534 เหลือ 16.5 %ในปี 2567 คำนวนแล้วลดลงถึง 48.4 %
แต่เหตุที่จำนวนคนสูบบุหรี่ไม่ลดลง เพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากอัตราการสูบบุหรี่ไม่ได้ลดลงจาก 32%
เราจะมีจำนวนคนสูบบุหรี่มากกว่านี้อีก 9 ล้านคน เน้น ตามจำนวนประชากรวัยสูบบุหรี่ที่เพิ่มขึ้น
ผมนำอินโฟกราฟฟิกที่แสดงถึง ”มาตรการควบคุมยาสูบ ที่ยังรอให้มีการดำเนินการ“ มาแชร์ ให้ท่านโฆษก นำเรียนรัฐบาล/กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาให้มีการดำเนินการ จะลดจำนวนคนสูบบุหรี่ ลดคนที่จะเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ได้นับหมื่นนับแสน กระทั่งนับล้านคน
การรณรงค์ลดอุปสงค์( Demand reduction) เช่นการรณรงค์ให้ความรู้ถึงพิษภัยบุหรี่ การพิมพ์คำเตือนบนซอง การห้ามโฆษณา การจำกัดที่สูบ เราทำได้ดีพอสมควร ยกเว้นการบังคับใช้กฏหมาย และการรักษาเพื่อเลิกบุหรี่ ที่ระบบยังไม่มีประสิทธิภาพ
ปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนสูบบุหรี่ลดลงช้ามากยังมีอีกหลายสาเหตุ
เริ่มจากการจัดการเรื่องภาษีบุหรี่ ที่เมื่อวัดตามดัชนีภาษีบุหรี่ของโลก เราได้ 1.88 จาก 5 คะแนน อยู่ในลำดับ 100 จาก 174 ประเทศ จากการใช้ภาษีบุหรี่ซิกาแรท 2 อัตรา ที่ทำให้รายได้จากภาษีบุหรี่ลดลงถึงปีละ 2 หมื่นล้านบาท แต่คนสูบไม่ลด
ในด้านอุปทาน Supply side เรามีปัญหามาก โดยเรามีบุหรี่เถื่อนในอัตราที่สูงถึงกว่า 25% ซึ่งราคาบุหรี่เถื่อนที่ถูกมาก (ซองละ 15-30 บาท) ทำให้เด็กติดบุหรี่เพิ่มขึ้น และคนสูบไม่เลิกสูบ
ที่เป็นปัญหาใหญ่มากอีกเรื่องหนึ่งคือ ภาษีบุหรี่ยาเส้นมวนเอง ที่เก็บตำ่กว่า บุหรี่ซิกาแรทถึง 20 เท่า ทำให้ยาเส้นมีราคาเพียงซองละ 10-12 บาท เทียบกับบุหรี่มวนถูกกฏหมายซองละ 60-70 บาทขึ้นไป
องค์การอนามัยโลกเตือนว่า ความแตกต่างของราคาบุหรี่มวนและบุหรี่ยาเส้น(ซึ่งมีคนสูบเฉพาะยาเส้น 2 ล้านคน และสูบยาเส้นร่วมกับบุหรี่มวนอีก 3 ล้านกว่าคน ) จะ“บั่นทอนความคืบหน้าของการควบคุมยาสูบ”ของประเทศไทย เพราะเปิดโอกาสให้คนเปลี่ยนจากบุหรี่ที่ราคาแพงกว่า ไปสูบบุหรี่ที่ราคาถูก แทนที่จะเลิกสูบเมื่อไม่มีเงินซื้อบุหรี่
ปัญหาใหญ่มากอีกเรื่องหนึ่งคือ เรามีร้านขายปลีกบุหรี่ถึง 5 แสนร้าน คิดเป็นจำนวนร้านต่อประชากร มากกว่าทุกประเทศในอาเซียนหลายเท่า ยิ่งมีร้านขายบุหรี่มาก เด็กๆก็ยิ่งติดบุหรี่มาก คนที่สูบอยู่แล้วก็ยิ่งเลิกยาก
ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ พยายามเสนอให้มีการแก้ปัญหาเหล่านี้มาตลอด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
เรื่องอื่นๆที่จะต้องทำเพื่อลดจำนวนคนสูบบุหรี่ แต่ยังไม่ได้ทำที่ปรากฏในอิโฟ ขอยกไว้พูดในโอกาสหน้า
การลดปัจจัยเสี่ยงNCDs อื่นๆ ก็มีอุปสรรคคล้ายคลึงกับกรณีบุหรี่
ถ้าคุณหมอเอกมีเวลาอ่านมาถึงบรรทัดนี้ จะได้คำตอบว่า ทำไมคนสูบบุหรี่ลดลงช้าหรือไม่ลดลง และหากจะกรุณานำเรียนรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อเป็นวิทยาทาน และช่วยกันกำหนดนโยบายที่จะส่งผลลดปัจจัยเสี่ยงNCDs ทุกข้อ จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ในการลดคนป่วยโรคเรื้อรัง NCDs
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 1 พฤษจิกายน 2569
อ้างอิง https://www.hfocus.org/content/2026/10/39783
https://mgronline.com/stockmarket/detail/9670000048828

ร่วมแสดงความคิดเห็น