อธิการบดี มช. ชี้ มหาวิทยาลัยต้องเอา Impact เป็นตัวตั้ง ในงานประชุมนานาชาติ ”Impact Together Forum 2026 (ITF2026) โดย Social Value International และพันธมิตรนานาชาติ
ศ. ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติเป็นองค์ปาฐก (Keynote Speaker) บรรยายพิเศษหัวข้อ “นำการเปลี่ยนแปลงด้วย Impact: เชื่อมพลังองค์ความรู้และความร่วมมือ สู่การพลิกโฉมประเทศ” ในการประชุมนานาชาติ “ข่วงคุณค่า Impact Together Forum 2026” ซึ่ง Social Value Thailand ร่วมกับ Social Value International มมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องประชุม NSP Rice Grain Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มช. (CMU STeP) เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศในการสร้างผลกระทบทางสังคม (Social Impact Ecosystem) เช่น การประเมินคุณค่าทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีบทบาทเป็นผู้นำร่วมกับสมาคมในระดับชาติและระดับสากล รวมทั้งการขับเคลื่อน มาตรฐานการประเมินผลกระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติคือ UNDP SDG Impact Standard และ มาตรฐานใหม่ ISO/UNDP 53001:2026 Management systems for United Nations Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งเป็นกิจกรรมให้ความรู้ครั้งแรกของโลกของ Social Value International (SVI) หลังจากการเปิดตัวโดย UNDP และ SVI เมื่อ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
.
โดย ในปาฐกถานี้ อธิการบดี มช. ได้ตั้งคำถามในมุมของผู้เสียภาษีว่า เมื่อรัฐลงทุนในอุดมศึกษาเป็นจำนวนมาก สังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นอย่างไร การรายงานจำนวนบัณฑิต ผลงานวิจัย หรืออันดับมหาวิทยาลัยยังตอบคำถามนี้ได้ไม่เต็มปาก มหาวิทยาลัยจึงต้องกำหนดผลกระทบที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับสังคมเป็นตัวตั้ง แล้วออกแบบหลักสูตร การเรียนการสอน และงานวิจัยย้อนกลับมาให้สอดคล้องกัน
.
อธิการบดียังกล่าวถึงทิศทางของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็น Inclusive Innovation University หรือมหาวิทยาลัยนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด CMU Role Model สู่ Real World Impact พร้อมยกตัวอย่างผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง ได้แก่
CMU Biomass and Waste Management ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลครบวงจร โดย สถาบันวิจัยพลังงานนครพิงค์ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 10,900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
CMU Rice Model การพัฒนาพันธุ์ข้าวล้านนาโภชนาการสูง โดย ศูนย์วิจัยข้าวล้านนา ที่เพิ่มมูลค่าข้าวจาก 7–12 บาท เป็น 22–150 บาทต่อกิโลกรัม และการจัดการฟางข้าวแบบมีส่วนร่วมที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรควบคู่กับการลดการเผา
.
ก่อนส่งท้าย โดยอธิการบดีได้ฝากข้อคิดว่า ทุกองค์กรควรเปลี่ยนคำถามจาก “องค์กรจะได้อะไร” เป็น “สังคมจะได้อะไร” เพราะเมื่อสังคมและประเทศได้ประโยชน์ สิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นกับองค์กร
.
ในงานยังมีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความเห็นจากสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศไทย และ จากนานาชาติ การจัดให้ความรู้ รวมทั้ง การประชุมเผยแพร่ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับด้านการประเมินและบริหารจัดการผลกระทบ (Social Impact Measurement and Management) ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินการกับ SVI SVTH และ ภาคีพันธมิตร ตลอดจนการศึกษาดูงาน CMU Role Model ทั้งด้าน Future Foods ณ CMU Biopolis ด้าน Climate Adaptation ณ อำเภอแม่แตง โดยทีม AcAir CMU และด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในการร่วมขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ณ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) โดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ คณะทำงานเชียงใหม่มรดกโลก









ร่วมแสดงความคิดเห็น