ปิดฉากฝันร้ายชุมชน!! ฝรั่งเช่าบ้านคลั่งป่วนซอยนานหลายเดือน สุดท้ายจนมุมคดีลักทรัพย์เร้านสะดวกซื้อ
กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจครั้งใหญ่สำหรับเจ้าของบ้านเช่าและนายหน้า เมื่อชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในเมืองเชียงใหม่ต้องทนทุกข์และอยู่อย่างหวาดผวากับพฤติกรรมสุดทนของผู้เช่าชาวต่างชาติ ที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญมานานนับเดือน
ล่าสุดชาวบ้านได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอีกครั้ง หลังฝรั่งรายนี้ถูกตำรวจจับกุมตัวจากคดีลักทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ
จากหลักฐานคลิปกล้องวงจรปิดที่ชาวบ้านบันทึกไว้ เผยให้เห็นพฤติกรรมของชายชาวต่างชาติรายนี้ที่มักจะออกมาก่อกวนในยามวิกาล โดยเฉพาะช่วงเวลาตี 4 – ตี 5 ชายคนดังกล่าวจะเดินไม่สวมเสื้อ เดินเตร็ดเตร่ไปมา พร้อมกับพูดจาโวยวายและตะโกนเสียงดังอยู่บริเวณหน้าบ้านของเพื่อนบ้านหลายหลัง จนสุนัขเห่าระงมไปทั้งซอย
ตัวแทนชาวบ้านเปิดเผยว่า พฤติกรรมก่อกวนนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายเดือนและหนักขึ้นเรื่อยๆ ชายชาวต่างชาติมักจะไปทุบรั้วบ้านคนอื่น ขับขี่รถจักรยานยนต์พร้อมบีบแตรส่งเสียงดังไปทั่วซอย นอกจากนี้ยังมีการทุบทำลายข้าวของภายในบ้านที่ตนเองเช่าอยู่จนได้รับความเสียหาย
ที่ผ่านมา ชาวบ้านทนไม่ไหวจนต้องรวมตัวกันแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงเข้ามาระงับเหตุและว่ากล่าวตักเตือน แม้จะมีการเข้าตรวจค้นบ้านเช่าและพบว่าชายคนดังกล่าวเป็น “สายเขียว” แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายในส่วนนี้ได้
จนกระทั่งล่าสุด ความเดือดร้อนของชาวบ้านก็ยุติลง เมื่อชายชาวต่างชาติรายนี้ไปก่อเหตุขโมยสินค้าในร้านสะดวกซื้อในละแวกนั้น จนถูกตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีในที่สุด หลังจากถูกจับกุมตัวไป ชายคนดังกล่าวก็หายเงียบไปจากพื้นที่ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าถูกคุมขังหรือประกันตัวย้ายไปเช่าอยู่ที่อื่นแล้ว
ส่วนบ้านพักหลังที่เกิดเหตุ ล่าสุดทางเจ้าของบ้านได้ทำการยึดบ้านคืนและยุติสัญญาเช่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้หมู่บ้านที่เคยต้องอยู่อย่างหวาดผวา กลับมามีความสงบสุขได้ในที่สุด
ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านได้ฝากเรื่องนี้ไว้เป็นคลิปอุทาหรณ์สำหรับเจ้าของบ้านและนายหน้า โดยทราบมาว่าชาวต่างชาติรายนี้เคยมีประวัติไปเช่าบ้านที่อื่นและก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว จึงอยากเตือนให้ผู้ที่กำลังจะปล่อยบ้านให้เช่า ตรวจสอบและคัดกรองประวัติผู้เช่าให้ดีๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายและสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชุมชนเหมือนที่หมู่บ้านแห่งนี้ต้องเผชิญมาตลอดหลายเดือน


ร่วมแสดงความคิดเห็น