ปภ.แนะอุบัติเหตุทางถนนป้องกันได้ หยุดพฤติกรรมเสี่ยง ดื่ม เร็ว ง่วง ใช้โทรศัพท์
พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่โดยเฉพาะดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว งาวงแล้วขับ และใช้โทรศัพท์ขณะรถ ถือเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัตินิเหตุทางถนน เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากพฤติกรรมเสี่ยง ดังนี้
ดื่มไม่ขับ

ปัจจัยเสี่ยง การดื่มเครื่องแอลกอฮอล์แล้วขับรถส่งผลให้ประสิทธิภาพในการขับรถลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในลักษณะรุนแรง
ข้อควรปฏิบัติ
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ขับรถอย่างเด็ดขาด ควรให้เพื่อนที่ไม่ดื่มขับรถแทนใช้บริการรถแท็กซี่หรือรถโดยสารสาธารณะ กรณีไม่มีเพื่อนร่วมทาง ควรรอจนสร่างเมาแล้วจึงค่อยขับรถไปต่อ
- เพิ่มความระมัดระวังในการขับรถกลางคืน โดยเฉพาะช่วงหลังเที่ยงคืน เพราะว่า 1 ใน 10 ของผู้ขับขี่รถที่ดื่มแล้วขับ มีพฤติกรรมการขัยรถที่ไม่ปลอดภัย จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
- ผู้ขับขี่ที่ขับรถในขณะเมาสุรา กรณีกระทำผิดครั้งแรกมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท ซึ่งศาลจะลงโทษจำคุกและปรับ รวมถึงถูกสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ปัจจัยเสี่ยง การขับรถด้วยความเร็วสูงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในลักษณะรุนแรง เนื่องจากแรงปะทะ ณ จุดเกิดเหตุ เพิ่มขึ้นตามระดับความเร็ว
ข้อควรปฏิบัติ
- ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด และปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็วบนเส้นทาง
- ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทั้งสภาพเส้นทาง สภาพอากาศ และสภาพการจราจร
- ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านเส้นท่างเสี่ยงอุบัติเหตุ อาทิ เขตชุมชน เขตโรงเรียน ทางโค้ง
- ไม่ขับรถเร็วเมื่อขับผ่านเส้นทางทัศนวิสัยไม่ดี อาทิ หมอกลงจัด ฝนตกหนัก
- ผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท

ง่วงไม่ขับ
ปัจจัยเสี่ยง ผู้ขับขี่ที่หลับในจะมีอาการเสมือนคนหมดสติชั่วขณะ ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้และมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินช้าลง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
ข้อควรปฏิบัติ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7 – 8 ชั่วโมง
- จอดรถพักเป็นระยะทุก 200 กิโลเมตร หรือ ทุก 2 ชั่วโมง เพื่อคลายความอ่อนล้าที่ทำให้หลับในขณะขับรถ
- จอดรถพักในบริเวณที่ปลอดภัยเมื่อง่วงนอน หรือให้เพื่อนร่วมทางผลัดเปลี่ยนกันขับรถ
- หลีกเลี่ยงการขับรถในช่วงเวลากลางคืน เพื่อเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการพักผ่อน ทำให้เสี่ยงต่อการง่วงหลับใน
- กรณีขับรถทางไกล ควรมีเพื่อร่วมทางผลัดเปลี่ยนกันขับรถ หรือชวนพูดคุย จะช่วยป้องกันการหลับในโทรไม่ขับ
ปัจจัยเสี่ยง การใช้โทรศัพท์ ทำให้ผู้ขับขี่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินช้ากว่าปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
ข้อควรปฏิบัติ
- ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ เพราะส่งผลต่อสมาธิในการขับรถ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
- ใช้อุปกรณ์เสริมในการสนทนาทางโทรศัพท์ อาทิ แฮนด์ฟรี บลูทูธ แต่ไม่ควรคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน
- หากไม่มีอุปกรณ์เสริม ให้ผู้ร่วมทางรับโทรศัพท์แทนหรือจอดรถคุยโทรศัพท์ในบริเวณที่ปลอดภัย
- กฎหมายน่ารู้
- ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติในขับรถ กำหนดให้ผู้มีใบอนุญาตขับขี่รถทุกคนมี 12 คะแนน
- ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ 1 คะแนน
- เมาแล้วขับรถ ถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ 4 คะแนน
- กรณีผู้ขับขี่มีคะแนนประพฤติในการขับรถเหลือ 0 คะแนน
- ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ โดยห้ามขับขี่รถ 90 วัน หากฝ่าฝืนขับขี่รถมีโทษปรับ 1,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 เดือน
- ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถเกิน 3 ครั้ง อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภท
ทั้งนี้ อุบัติเหตุทางถนนสามารถป้องกัน หากผู้ขับขี่หยุดพฤติกรรมเสี่ยง ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว ง่วงไม่ขับ และโทรไม่ขับ รวมถึงการขับขี่และโดยสารยานพาหนะ ต้องใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้ง โดยคาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกนิรภัย และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ จะช่วยให้การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน


ร่วมแสดงความคิดเห็น