วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เป็น วันครีษมายัน (Summer Solstice) หรือวันที่ดวงอาทิตย์ได้โคจรไปถึงจุดหยุด หรือจุดสุดทางเหนือ ส่งผลให้วันดังกล่าว คนบนโลกจะสังเกตเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และทำให้ประเทศทางซีกโลกเหนือ รวมถึงประเทศไทย มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด และช่วงเวลากลางคืนสั้นที่สุด ในขณะเดียวกัน ประเทศทางซีกโลกใต้จะมีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด และช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุด จึงนับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูร้อน ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูหนาว
สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏบนท้องฟ้าประมาณ 12 ชั่วโมง 56 นาที (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นวันที่ประเทศไทยได้รับแสงอาทิตย์เป็นเวลานานที่สุดในรอบปี แต่เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตร และมีภูมิอากาศแบบลมมรสุม จึงใช้การแบ่งฤดูกาลตามลักษณะลมฟ้าอากาศเป็นหลัก และในวันครีษมายันของทุกปีมักตรงกับช่วงฤดูฝน

ฤดูกาล บนโลกเกิดจากแกนหมุนของโลกเอียงทำมุมประมาณ 23.5 องศา กับแนวตั้งฉากของระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ต่าง ๆ บนโลกได้รับแสงอาทิตย์ในมุมตกกระทบและปริมาณพลังงานความร้อนไม่เท่ากัน ส่งผลให้อุณหภูมิ ระยะเวลากลางวันและกลางคืน ตลอดจนลักษณะของฤดูกาลแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังทำให้ตำแหน่งการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน โดยเส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าจะขึ้นอยู่กับละติจูดของพื้นที่ผู้สังเกต ในทางดาราศาสตร์ได้กำหนดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ 4 ปรากฏการณ์ ได้แก่
– วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน
– วันครีษมายัน (Summer Solstice) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด
– วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดีอีกครั้งของปี ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน
– วันเหมายัน (Winter Solstice) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุดและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุด
ทั้งนี้ การอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวอ้างอิงการสังเกตจากซีกโลกเหนือ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยในซีกโลกใต้ลักษณะของช่วงเวลากลางวัน-กลางคืนจะเกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม แต่ในวันวสันตวิษุวัตและวันศารทวิษุวัต พื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกจะมีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน คือประมาณ 12 ชั่วโมง
สำหรับปรากฏการณ์ต่อไปที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ คือ “วันศารทวิษุวัต” (Autumnal Equinox) ซึ่งตรงกับวันที่ 23 กันยายน 2569 ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกและจะตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ สามารถติดตามข้อมูลปรากฏการณ์ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ


ร่วมแสดงความคิดเห็น