วันนี้เมื่อ 53 ปีที่แล้ว ยานอะพอลโล11 นำมนุษย์เหยียบดวงจันทร์

วันนี้เมื่อ 53 ปีที่แล้ว ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์เหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969

ดวงจันทร์ ดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลก เป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์เดินทางไปเยือนตั้งแต่อดีต สะท้อนให้เห็นผ่านนิยายเชิงวิทยาศาสตร์ที่มีมานับร้อยปี เช่น นิยายเรื่อง De la terre à la lune (From the Earth to the Moon) ในปี ค.ศ. 1865 ของ Jules Verne นักเขียนชาวฝรั่งเศส กล่าวถึงการเดินทางไปดวงจันทร์ของมนุษย์สามคน ด้วยยานลักษณะเหมือนลูกกระสุนที่ถูกส่งขึ้นไปด้วยปืนใหญ่ขนาดยักษ์

เมื่อมนุษย์ส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1957 ตามด้วยการส่งมนุษย์เข้าสู่วงโคจรรอบโลกในปี ค.ศ. 1961 สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างโซเวียตกับสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเย็นกระตุ้นการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ดวงจันทร์จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ และเกิดโครงการอวกาศต่าง ๆ เพื่อปูพื้นฐานสู่การส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ ได้แก่

1) การพัฒนาจรวดขนาดใหญ่ (จรวด Saturn V ของสหรัฐฯ กับจรวด N1 ของโซเวียต)
2) การส่งยานหุ่นยนต์หลายลำเพื่อเก็บข้อมูลทำแผนที่ดวงจันทร์ ทดสอบการลงจอด และเก็บตัวอย่างดินบนดวงจันทร์ส่งกลับมายังโลก เช่น โครงการ Ranger โครงการ Lunar Orbiter โครงการ Surveyor ของสหรัฐฯ และโครงการ Luna ของโซเวียต เป็นต้น
3) การส่งมนุษย์ไปดำรงชีวิตในอวกาศเป็นเวลาสั้น ๆ เช่น โครงการ Vostok และโครงการ Voskhod ของโซเวียต โครงการ Mercury และโครงการ Gemini ของอเมริกา

ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 1962 จอห์น เอฟ. เคนเนดี ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้ปราศรัยต่อประชาชนชาวอเมริกัน หาเสียงสนับสนุน “โครงการอะพอลโล” เพื่อส่งมนุษย์อวกาศชาวอเมริกันไปดวงจันทร์ให้สำเร็จ ด้วยประโยคเด่นว่า “เราเลือกที่จะไปดวงจันทร์” (We choose to go to the Moon)

เมื่อโครงการอะพอลโลได้รับการสนับสนุนจากทั้งรัฐบาลและประชาชน องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซา (NASA) ได้รับงบประมาณและทรัพยากรมนุษย์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับงบประมาณถึง 4.4% ของงบประมาณแผ่นดินในปี ค.ศ. 1966 และมีจำนวนบุคลากรชาวอเมริกันในโครงการมากถึงราว 400,000 คน

แม้โครงการอะพอลโลจะเผชิญกับความผิดพลาดครั้งใหญ่อย่างอุบัติเหตุเพลิงไหม้ในยานอะพอลโล 1 ระหว่างการทดสอบจนต้องสูญเสียนักบินอวกาศถึงสามคน แต่การส่งยานอะพอลโล 8 และ 10 พร้อมนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ก็เป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่ง “ยานอะพอลโล 11” พร้อมนักบินอวกาศชาวอเมริกัน 2 คนสามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ในวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 (ตามเวลาประเทศไทย)

นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) มนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบลงบนดวงจันทร์ ได้กล่าวว่า “ก้าวเล็ก ๆ ของคนๆ หนึ่ง แต่เป็นก้าวอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ” (That’s one small step for a man, one giant leap for mankind) ถือว่าไม่เกินจริงนัก แม้เวลาผ่านไป 53 ปี นับจากการลงจอดของยานอะพอลโล 11 “ดวงจันทร์” ยังคงเป็นสถานที่เดียวในอวกาศที่มนุษย์สามารถเดินทางไปถึง

โครงการอะพอลโลยังก่อให้เกิดความก้าวหน้ามหาศาลทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่
1) การถ่ายภาพพื้นผิวดวงจันทร์ระหว่างที่ยานอะพอลโลโคจรรอบดวงจันทร์ ทำให้นักวิทยาศาสตร์จัดทำแผนที่ดวงจันทร์ได้ละเอียดยิ่งขึ้น
2) การเก็บตัวอย่างหินและดินบนดวงจันทร์จากโครงการอะพอลโลรวมกันว่า 382 กิโลกรัม ทำให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาคุณสมบัติทางองค์ประกอบและแร่ของพื้นผิวดวงจันทร์ได้ดีขึ้น
3) เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ได้จากการพัฒนาในโครงการอะพอลโล เช่น

  • การออกแบบรถสำหรับให้มนุษย์ขับขี่บนดวงจันทร์ (Lunar Rover)
  • การออกแบบระบบจรวด
  • ระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้ในการบินและอวกาศ
  • การสื่อสารโทรคมนาคมทางไกล
  • ระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ไมโครชิพในคอมพิวเตอร์ มาจากการพัฒนาแผงวงจรรวมในระบบนำทางของยานอะพอลโล หรือก้านบังคับควบคุม (Joystick) ได้จากคันบังคับรถ Lunar Rover
  • อาหารและเครื่องดื่มสำหรับบริโภคในอวกาศ รวมทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการเก็บรักษา เช่น อาหารแห้งแช่แข็ง เป็นต้น
  • เทคโนโลยีทางวัสดุศาสตร์ เช่น สภาพทนต่อการขีดข่วน (Scratch Resistant) ที่ใช้กับหน้าเลนส์กล้องถ่ายภาพในปัจจุบัน พัฒนามาจากกระจกหน้าหมวกชุดนักบินอวกาศ

4) โครงสร้างพื้นฐานสำหรับโครงการส่งมนุษย์ไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศของนาซา ที่ยังปฏิบัติงานอยู่จนถึงปัจจุบัน เช่น ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) และศูนย์อวกาศกอดดาร์ด (Goddard Space Flight Center) เป็นต้น

จากนี้ไปตลอดช่วงชีวิตของเรา จะมีอีกหลายเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การศึกษาอวกาศ รวมถึงการที่มนุษย์เริ่มหมายตาเพื่อนบ้านเป้าหมายต่อจาก “ดวงจันทร์” เป็น “ดาวอังคาร” นำมาสู่แผนการเดินทางกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งของมนุษย์ ก่อนมุ่งหน้าต่อไปสู่ดาวอังคาร ซึ่งปัจจุบัน นาซากำลังดำเนินโครงการ #โครงการอาร์ทิมิส (Artemis) ภารกิจที่จะนำมนุษย์กลับไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้งในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ มาติดตามกันต่อว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดการพัฒนาขนานใหญ่อะไรบ้าง และการออกเดินทางสู่ดวงจันทร์ในครั้งใหม่นี้ จะช่วยนำพาให้มนุษยชาติไปเยือนดาวอังคารได้ในที่สุดหรือไม่

ร่วมแสดงความคิดเห็น