ร้านทำผมชื่อดังเชียงใหม่ เตือนภัย!!! สาวต่างชาติเข้าใช้บริการนานกว่า 10 ชั่วโมง ชักดาบไม่จ่ายเงิน บานปลายถึงขั้นขึ้นโรงพัก ด้านเจ้าของร้านแจงก่อนทำพูดคุยอย่างละเอียด คาดออกอุบายทำทีโวยวาย บ่ายเบี่ยงจ่ายค่าบริการ แถม หมิ่นวิชาอาชีพ
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชี่ยล เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านทำผมชื่อดังที่ตั้งอยู่บริเวณภายในโครงการ เจ เจ มาร์เก็ต อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวเกาหลี อายุประมาณ 20 กว่าปี ได้เข้ามาใช้บริการที่ร้าน โดยขอใช้บริการกับทางร้านในการทำสีผม นานหลายชั่วโมง แต่ต่อมาปรากฎว่าทางหญิงสาวชาวเกาหลีคนดังกล่าวกลับไม่พอใจ ขอให้ทางพนักงานร้านปรับแก้ จนเกิดเหตุการณ์บานปลาย นานกว่า 10 ชั่วโมง และสุดท้ายทางหญิงสาวเกาหลีคนดังกล่าวกลับทำท่าทีบ่ายเบียงไม่จ่ายค่าบริการ อีกทั้งแสดงความไม่พอใจกับการบริการของร้าน จนกระทั่งสุดท้ายเรื่องราวดังกล่าวต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และตกลงกันอยู่หลายชั่วโมง นอกจากนี้ยังไม่พอหญิงสาวชาวเกาหลี ยังแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จนทำให้ทางร้านทำผมต้องนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาโพสต์โซเชี่ยล เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนภัยถึงเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ขณะที่ในเวลาต่อมา ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังร้านทำผมดังกล่าว และได้เข้าสอบถามกรณีเรื่องราวทึ่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จนกระทั่งทราบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. ที่ทางหญิงสาวชาวเกาหลีรายนี้ไดัเดินทางมาที่ร้านพร้อมกับแฟนหนุ่ม และติดต่อเจรจากับทางร้านขอให้ทำสีผม โดยตกลงกันในราคา 5,900 บาท โดยการทำสีผมดังกล่าวเป็นการทำลักษณะเทคนิคพิเศษที่ทำค่อนข้างยากและใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งทางร้านได้มีการแจ้งกับทางหญิงสาวชาวเกาหลีคนดังกล่าวแล้วเกี่ยวกับกรรมวิธีการทำ และผลลัพธ์ของสีผมที่ออกมาอาจจะไม่ตรงกับที่ต้องการ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสีผมของหญิงคนดังกล่าวมีการย้อมปลายสีดำเข้ม ซึ่งก่อนทำทางหญิงคนดังกล่าวก็รับทราบอย่างดี แต่พอทำไปได้ซักพักกลับมีปฏิกิริยาที่ไม่โอเคกับสิ่งที่พนักงานทำและต่อว่า อีกทั้งขอให้ทำการแก้ไข จนเกิดเรื่องราวบานปลาย
โดยทาง นายวัชรวีร์ จิรโชติวิจิตร์ เจ้าของร้านล้านนาดีเซีย ร้านทำผมในโครงการจริงใจมาร์เก็ต อ.เมืองเชียงใหม่ เล่าว่า ในช่วงบ่ายวันดังกล่าวลูกค้าคนนี้เข้ามาที่ร้านกับแฟนหนุ่ม บอกว่าจะมาตัดผมและทำสีผม โดยนำภาพสีผมที่ต้องการมาให้ดู ก่อนจะตกลงราคากันได้ที่ 5,900 บาท จึงเริ่มลงมือทำ ระหว่างนั้นลูกค้าคนนี้ก็ได้ติการทำเกือบทุกขั้นตอน ทั้งที่ยังทำไม่เสร็จ หลังจากผ่านการกัดสีผมหลายครั้งและได้ทำสีผมจนเสร็จในเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ลูกค้าคนนี้ก็บอกว่าสีผมไม่ตรงที่ต้องการและจะไม่ขอจ่ายเงิน ทำให้ช่างที่ร้านต้องโทรศัพท์เรียกตนเองไปเจรจา

เมื่อตนเองไปถึงร้านและได้เจรจาพูดคุย ลูกค้ายืนยันไม่ยอมจ่ายอ้างว่าสีไม่ตรงปก ตอนนั้นทางร้านทราบแล้วว่าเป็นความตั้งใจที่จะหาข้ออ้างทำผมฟรี ทางร้านจึงเสนอขอทำสีผมให้กลับเป็นสีดำเหมือนเดิม แต่หญิงต่างชาติคนนี้ก็ไม่ยอมและยืนยันไม่จ่ายและบอกว่าจะโทรศัพท์แจ้งสถานทูตฯ ทำให้ทางร้านต้องแจ้งตำรวจ สภ.ช้างเผือก เข้ามาเจรจา แต่คุยกันนานจนถึงเกือบเที่ยงคืนก็ยังไม่ยอมจ่าย พร้อมกับโวยวายอีกสารพัด ทางตำรวจจึงประสานกับตำรวจท่องเที่ยวเข้ามาช่วยเจรจาอีกทางหนึ่ง ปรากฏว่าหญิงคนดังกล่าวยังไม่ยอมและบอกว่าจะแจ้งความดำเนินคดี ทำร้านทางร้านไม่ทน บอกว่าจะแจ้งความด้วยเช่นกันและเตรียมทนายไว้แล้ว จนในที่สุดตำรวจท่องเที่ยวได้เกลี้ยกล่อมจนสาวคนนี้ยอมจ่ายเงิน แต่ขอจ่ายแค่ 3,000 บาท ซึ่งทางร้านก็ไม่อยากเรื่องยาวเพราะเป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว มันดึกมาก จึงตกลงเพื่อจบเรื่อง
เจ้าของร้าน บอกว่า เงิน 3,000 บาท ที่จ่ายมา ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ลงไป ทั้ง น้ำยาเคมี ผลิตภัณฑ์สีทำผม รวมแล้วเกือบสี่พันบาท ไม่รวมกับค่าจ้างช่างทำผม และ ค่าเสื่อมอุปกรณ์ที่ใช้ทำผมให้ โดยพฤติกรรมของสาวเกาหลีคนนี้ มั่นใจว่าตั้งใจมาทำฟรี เพราะคงรู้ว่าหากทางร้านทำผมไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ ทางร้านจะรับผิดชอบด้วยการไม่เก็บเงิน แต่กรณีที่เกิดขึ้นพนักงานของร้านได้แจ้งให้ทราบรายละเอียดและบอกไว้ก่อนแล้วว่าสีผมจะไม่ได้ตามภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะสภาพผมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อได้แชร์ประสบการณ์ให้กับผู้ประกอบการร้านทำผมหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ทราบว่ามีหลายร้านที่เจอลูกค้าที่เข้าไปหวังทำฟรีด้วยการอ้างในลักษณะเดียวกันหลังจากทำผมเสร็จ มีทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยร้านส่วนใหญ่ที่เจอแบบนี้ก็จะยอมไม่คิดเงิน เพราะลูกค้าขู่รีวิวในโลกโซเชียล ทำให้เป็นช่องทางทำผมฟรีของคนกลุ่มนี้ จึงอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์เตือนภัย







ร่วมแสดงความคิดเห็น