ชีวิตต้องสู้ สองสามีภรรยาตั้งร้านขายข้าวไข่เจียวริมทางกลางดึก หวังหารายได้ ด้านภรรยาป่วยเป็นมะเร็งต้องตัดลิ้น แถมลูกชายวัย 11 ขวบ ก็เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 4 ต้องหาเงินรักษา และจุนเจือครอบครัว ขณะที่มีคนโพสต์เรื่องราวลงโซเชียล มีคนแห่อุดหนุนให้กำลังใจรอต่อคิวช่วยอุดหนุน
จากกรณีโลกโซเชียล แห่แชร์ภาพเรื่องราวหญิงสาวคนหนึ่ง มานั่งขายข้าวไข่เจียวริมทางตอนกลางคืน ที่บริเวณถนนสายเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด (ขาเข้าเมือง) ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงศาลเด็ก พร้อมกับระบุเรื่องราวคร่าวๆ ว่า พบหญิงสาวคนนี้มานั่งขายข้าวไข่เจียวริมทางเป็นวันแรก และสอบถามทราบว่า เจ้าตัวพูดไม่ชัดเพราะป่วยเป็นมะเร็ง ต้องตัดลิ้น และมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูป่วยเป็นมะเร็งเช่นกัน โดยได้มาตั้งขายข้าวไข่เจียวบริเวณดังกล่าว ช่วงเวลา 4 ทุ่มจนถึง ตี 2 ซึ่งต่อมาเมื่อเรื่องราวนี้ปรากฎบนโซเชียล ได้มีคนแชร์โพสต์ดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งให้กำลังใจหญิงคนดังกล่าว รวมทั้งบางรายตั้งใจจะมาอุดหนุนตามร้านที่ตั้งขายอีกด้วย

ขณะที่ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา (30 ส.ค. 65) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจที่จุดบริเวณที่ปรากฎบนโซเชียล พบว่าที่บริเวณดังกล่าว ได้มีการตั้งขายร้านข้าวไข่เจียวริมทางจริง โดยในวันนี้ทางหญิงที่ปรากฎในโพสต์ ได้เดินทางมาพร้อมกับสามี และลูกสาวกับลูกชายอีก 2 คน โดยทั้งคู่ได้ช่วยกันนำเอาข้าวของอุปกรณ์ใส่ท้ายรถกระบะมายังบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งได้ช่วยกันตั้งร้าน โดยมีประชาชนและคนที่ทราบเรื่องราวต่างพากันตามมารออุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ก่อนที่ทางสองสามีภรรยาจะมาตั้งร้านที่บริเวณดังกล่าว และจากการสอบถามทั้งคู่ทราบชื่อคือ นายวราวุธ เทพจันทร์ อายุ 45 ปี และ นางผ่องศรี พรมจันทร์ อายุ 37 ปี ส่วนลูกอีก 2 คน ทราบว่าลูกสาวอายุ 6 ขวบ และลูกชายอายุ 11 ขวบ
จากการสอบถามทางด้าน นายวราวุธ เทพจันทร์ อายุ 45 ปี สามี เล่าว่า ตนมีอาชีพไรเดอร์ขับรถส่งอาหาร แต่ภรรยาป่วยเป็นมะเร็งที่ช่องปาก ทำให้ต้องรักษาตัวและต้องตัดลิ้น จึงทำให้ภรรยาพูดไม่ค่อยชัด รวมทั้งทานอาหารที่เป็นก้อนไม่ได้ และทานได้เพียงแต่อาหารเหลว โดยภรรยาก็พักรักษาตัวมาประมาณ 1 ปี จนตอนนี้อาการดีขึ้น แต่ตัวเองไม่อยากเป็นภาระ จึงขอให้ตนพามาตั้งร้านขายเพื่อต้องการที่จะหารายได้อีกทาง เพื่อแบ่งเบาภาระของตนที่ต้องหาเงินเพียงคนเดียว โดยก่อนหน้านี้ทางภรรยาก็ได้รับทำข้าวไข่เจียวขายที่บ้าน โดยผ่านโซเชียล แต่ก็ไม่ค่อยมีคนสั่ง จึงอยากออกมาขายเอง และที่มาเปิดขายตรงบริเวณนี้ ทางภรรยาก็อยากให้มีคนรู้จักร้านมากขึ้น และจะได้เพิ่มช่องทางในการขาย

นายวราวุธ ยังบอกอีกว่า นอกจากนี้ลูกชายวัย 11 ขวบ ก็ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 4 ด้วยเช่นกัน โดยที่ผ่านมาได้พักรักษาตัวมาประมาณ 1 ปี และเพิ่งหมดคอสให้คีโมมาได้ราวๆ 2 เดือน ลำพังเพียงอาชีพไรเดอร์ขับรถส่งอาหารของตนเพียงคนเดียว ก็ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัว ทำให้ตอนนี้ก็ได้รับความเดือดร้อนหลายๆ อย่าง ทั้งภาระหนี้สิน รวมถึงการที่จะต้องดูแลลูกและภรรยาด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีกระแสเรื่องราวของภรรยาปรากฎในโซเชียล ตนก็ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้รับการตอบรับและมีคนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็อยากขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยกันแชร์เรื่องราวของภรรยา และขอบคุณที่มาอุดหนุนข้าวไข่เจียวของภรรยา ซึ่งขณะนี้ตนตั้งใจว่าจะให้ภรรยามาขายตามที่ต้องการ โดยตนจะมาส่งในช่วงกลางคืนเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ถ้าหากตนว่าง เนื่องจากไม่อยากให้ภรรยาขนของมาเองลำพัง เนื่องจากค่อนข้างลำบาก และคิดว่าจะมาช่วยภรรยาขายหลังเลิกงานประมาณ 4 ทุ่มไปจนถึงตี 2 หลังจากนั้นก็น่าจะกลับบ้านพักผ่อน เพราะไม่อยากให้ภรรยาขายดึกทำงานหนักมากเกินไป เนื่องจากตนก็มีความเป็นห่วงในเรื่องของสุขภาพของภรรยาด้วย
ขณะที่ทางด้านหนึ่งในลูกค้าที่มาอุดหนุน บอกว่า ได้เห็นเรื่องราวของพี่ผู้หญิงบนโซเชียล ที่มีการแชร์ต่อๆ กันมา จึงเกิดความเห็นใจ เพราะเห็นว่าเจ้าตัวก็ป่วยเป็นโรคมะเร็ง จึงอยากมาช่วยอุดหนุน โดยตนได้ตั้งใจมารอตั้งแต่ยังไม่ตั้งร้าน และวันนี้ทางพี่ผู้หญิงก็มาช้านิดหน่อย แต่ก็ดีใจที่มารอแล้วยังได้อุดหนุนอยู่











ร่วมแสดงความคิดเห็น