เขื่อนแม่งัดฯ น้ำเต็มที่ 100% ของความจุ ปริมาณ 265 ล้าน ลบ.ม. วางแผนจัดสรรสนับสนุนเชียงใหม่-ลำพูน 90 ล้าน ลบ.ม. พร้อมกันไว้อีก 10 ล้าน เผื่อฝนทิ้งช่วงปีหน้า ย้ำน้ำกินน้ำใช้ไม่มีขาด แคลน “ขอให้มั่นใจการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน แม้ปีหน้าจะแล้ง แล้งหนักยังผ่านได้”
วันที่ 26 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผู้อำนวยการโครงการฯ (ผคบ.แม่แฝก-แม่งัดฯ) และ นายธีรัตน์ พันธุประกิจ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและบำรุงรักษาระบบชลประทาน ชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดฯ ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำกักเก็บเต็มความจุที่ระดับ 100% ของความจุอ่างฯ ปริมาณน้ำ 265 ล้าน ลบ.ม.

นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผคบ.แม่แฝก-แม่งัดฯ กล่าวว่า ฤดูฝนปีนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เขื่อนแม่งัดฯ ได้รับผลกระทบจากพายุ 2 ลูก 2 ช่วง ช่วงแรกพายุมู่หลาน เดือนสิงหาคม 2565 พบว่าเขื่อนแม่งัดฯ ได้น้ำเข้า 99 ล้าน ลบ.ม. มีการระบายน้ำอยู่ที่ 36 ล้าน ลบ.ม. ช่วงแรกวันที่ 12-13 ส.ค. 2565 แม่น้ำปิงมีปริมาณน้ำสูงสุดเมื่อวันที่ 13 ที่จุดวัด P.1 ปริมาณน้ำ 445 ลบ.ม.ต่อวินาที ช่วงนั้นเขื่อนแม่งัดฯ ไม่ได้ปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำปิง ในช่วงเดือนกันยายนยังคงมีน้ำเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเดือนมีน้ำเข้าเขื่อน 107 ล้าน ลบ.ม. ช่วงนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงมีน้อย เขื่อนได้ระบายน้ำที่ 103 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาปริมาณน้ำในเขื่อนไม่ให้ล้นสปรินเวย์ที่ไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งเป็นตัวเลขปริมาณน้ำที่ใกล้เคียงกับปริมาณน้ำเข้าเขื่อน วันที่ 30 ก.ย.2565 มีประกาศพายุโนรูส่งผลกระทบประเทศไทย ได้มีการปิดการระบายน้ำเมื่อ 30 ก.ย. 2565 พอถึงวันที่ 3-5 ต.ค. 2565 ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำแตง เพิ่มสูงขึ้นในปริมาณมาก จุด P.1 ที่สะพานนวรัฐวัดน้ำสูงสุดที่ 754 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เกือบทั้งหมดทั้ง 7 โซนที่เป็นพื้นที่น้ำท่วมถึง
“จากปริมาณน้ำปัจจุบัน (26 ต.ค. 65) น้ำในเขื่อนแม่งัดฯ ซึ่งได้เก็บกักไว้เพื่อใช้ในช่วงหน้าแล้ง มีปริมาณอยู่ที่ 265 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ของความจุ ยืนยันได้ว่าในพื้นที่ของโครงการฯ พื้นที่ 2 ฝั่งของแม่น้ำปิง จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน ได้มีการวางแผนในการจะสนับสนุนน้ำทั้งเพื่อการอุปโภค-บริโภค ด้านการเกษตร โดยจะจัดสรรให้พื้นที่ของโครงการฯ ซึ่งมี 2 พื้นที่ คือ แม่งัด และแม่แฝก 2 พื้นที่นี้รวมกันจัดสรรน้ำให้ 80 ล้าน ลบ.ม. โดยจะเริ่มส่งน้ำให้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 จนถึง 31 พฤษภาคม 2566 ส่วนที่ 2 จะสำรองไว้ใช้ก่อนฤดูฝนปี 2566 ซึ่งจะมีการเตรียมแปลงตกกล้า สำรองไว้ในปริมาณ 32 ล้าน ลบ.ม. กันไว้ในส่วนที่จะมีการะเหยรั่วซึมซึ่งจะเกิดในช่วงฤดูแล้ง 6 ล้าน ลบ.ม. กันไว้สำหรับน้ำที่ไม่อาจใช้ได้ต้องมีไว้ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดฯ ราว 12 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่จะสนับสนุน 2 ฝั่งแม่น้ำปิงทั้ง จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน เพื่อการอุปโภค-บริโภค เพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อการเกษตรทั้งในเชียงใหม่-ลำพูน ปริมาณน้ำที่ 90 ล้าน ลบ.ม. นั่นหมายความว่า สามารถสนับสนุนน้ำให้ได้ทุกจำนวน 150 วันๆ ละ 6 แสน ลบ.ม. คิดเป็น 7 ลบ.ม.ต่อวินาที คือตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2566 ทั้งนี้แผนการบริหารจัดการน้ำนี้จะขึ้นอยู่กับที่ประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน โดยส่วนบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 1 จะเป็นหน่วยดำเนินการและกำหนดการบริหารจัดการอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการส่งสนับสนุนแบบรอบเวรหรือส่งแบบรายวัน จะขึ้นอยู่กับที่ประชุมอีกครั้ง แต่ก็รับรองได้ว่าทั้งพื้นที่ของโครงการฯ และพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำปิงเชียงใหม่-ลำพูน ฤดูแล้งน้ำจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอแน่นอน” ผคบ.แม่แฝก-แม่งัดฯ กล่าว

“ที่สำคัญคือปริมาณน้ำที่สำรองไว้ก่อนเข้าฤดูฝนปี 2566 ปริมาณ 32 ล้าน ลบ.ม. กันไว้สำหรับเตรียมแปลงตก 22 ล้าน ลบ.ม. อีกส่วนซึ่งสำคัญหากเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ซึ่งเป็นพื้นที่นอกโครงการฯ คือ เป็นพื้นที่ของเชียงใหม่-ลำพูน ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนเดือนกรกฎาคม โดยกันไว้ให้สำหรับน้ำเพื่อการผลิดน้ำประปา โดยตลอดแม่น้ำปิงทั้ง 2 ฝั่งในพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน มีสถานีผลิตน้ำประปา 8 สถานี ใน 1 สัปดาห์ใช้น้ำเพื่อผลิตน้ำประปา 1 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเตรียมน้ำไว้ 10 ล้าน ลบ.ม. ก็จะใช้ได้ราวหนึ่งเดือนครึ่ง ในกรณีที่เกิดฝนทิ้งช่วง ซึ่งเป็นเครื่องประกันได้ว่าน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่เชียงใหม่และลำพูนในปีหน้าจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน” นายเฉลิมเกียรติฯ กล่าว
“จากการบริหารจัดการการจัดสรรน้ำที่วางแผนไว้นี้ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 คาดว่าจะมีน้ำเหลืออยู่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดฯ ราว 89 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการตกกล้าเตรียมแปลง ในการเพาะปลูกของพื้นที่โครงการฯ” ผคบ.แม่แฝก-แม่งัดฯ กล่าว
ต่อคำถามการบริหารจัดการน้ำหากเกิดสถานการณ์แล้งในปีหน้า การบริหารจัดการน้ำตามแผนจะส่งผลกระทบหรือไม่ นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผคบ.แม่แฝก-แม่งัดฯ กล่าวว่า ประเด็นนี้ กรมชลประทาน โดย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล สามารถดำเนินการบริหารจัดการน้ำได้อย่างไม่ขาดแคลน และขอให้ไว้วางใจในการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานได้เลย ยกตัวอย่างปี 2564 เขื่อนแม่งัดฯ มีน้ำเข้าเพียง 70 ล้าน ลบ.ม. โครงการฯ ก็ยังสามารถบริหารจัดการให้ผ่านพ้นไปได้ ซึ่งปริมาณนี้น้อยกว่าปี 2559 ด้วยซ้ำ ยังสามารถบริหารจัดการได้ ด้วยความร่วมมือของพี่น้องประชาชน เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้บูรณาการร่วมกัน




















ร่วมแสดงความคิดเห็น