ร้านแผงหนังสือเก่าแก่เมืองเชียงใหม่เปิดใจ ยุคโซเชียล สื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะตาย เผยส่วนใหญ่หันไปดูสื่อผ่านโซเชี่ยล ปัจจุบันยอดขายเท่าหยิบมือ สุดท้ายหนังสือพิมพ์อาจเป็นแค่ตำนาน
ปัจจุบันการติดตามข่าวสารบ้านเมืองของคนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่กลายเป็นการติดตามผ่านโลกโซเชี่ยล เนื่องจากความสะดวกสบายรวดเร็วทันใจ และสามารถติดตามได้แม้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลก ทำให้การติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทีบทบาทน้อยลงไปอย่างต่อเนื่อง จากที่สมัยก่อนเมื่อช่วงประมาณ 10 ปี ก่อน สื่อหนังสือพิมพ์เริ่มถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่มากขึ้น จนทำให้สื่อสิ่งพิมพ์เริ่มได้รับความนิยมจากคนสมัยใหม่น้อยลงไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันพบว่ามีเพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังติดตามข่าวสารผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ และส่วนใหญ่ก็เป็นคนสูงอายุเท่านั้น

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจที่ร้านหนังสือโอ.เค.บุ๊คสโตร์ ตั้งอยู่เลขที่ 39 ถ.ราชวงศ์ ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ โดยร้านดังกล่าวเปิดเป็นค้านจำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ ที่ถือได้ว่าอยู่คู่กับเมืองเชียงใหม่มายาวนานกว่า 50 ปี พบว่า ปัจจุบันการขายสื่อสิ่งพิมพ์อย่างเช่น หนังสือพิมพ์นั้นมีบรรยากาศที่เงียบเหงามาก และแทบที่จะไม่มีคนจะมาซื้อหนังสือพิมพ์ที่วางจำหน่ายหน้าร้าน แม้ว่าจะมีหนังสือพิมพ์จากหลากหลายสำนักก็ตาม ทำให้ทางร้านต้องหันไปประบเปลี่ยนการจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งปฏิทินวันสำคัญ ปฏิทินดูดวง หนังสือทำนายชะตาตัวเลข รวมไปถึง ปั๊กกะตืนล้านนารายเดือน เพื่อให้พอมีรายได้สามารถพยุงกิจการที่เปิดมาตลอดชีพให้อยู่ได้ต่อไป
จากการสอบถามทางด้าน นายนำชัย เจียมหาทรัพย์ อายุ 69 ปี เจ้าของร้านที่พร่ำหวอดอยู่กับวงการจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่อายุ 17 ปี เล่าว่า ตนเปิดร้านมานาน 50 กว่าปี จากเมื่อแต่ก่อนสื่อสิ่งพิมพ์เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไป และเมื่อก่อนร้านของตนจะเต็มไปด้วยหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ที่นำมาวางขาย แต่ปัจจุบันนี้จำนวนยอดขายที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้หนังสือ และสื่อสิ่งพิมพ์ที่นำมาวางขายลดลงไปเยอะมากจนร้านดูบางตา และพบว่าพวกสื่อสิ่งพิมพ์ก็หายไปเยอะมาก โดยเฉพาะในส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นพ็อกเก็ตบุ๊ค ที่ปัจจุบันนี้แทบจะไม่ได้ขาย จากที่เมื่อก่อนมีวางขายเต็มร้าน แต่หลังจากยอดขายลดลงทางสำนักพิมพ์ก็พากันเก็บคืนไป เพื่อนำไปขายในช่วงการจัดงานบุ๊คแฟร์เพียงเท่านั้น

นอกจากนี้ยอดขายของสื่อสิ่งพิมพ์ก็ตกลงไปอย่างมากถึงประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เพราะคนที่รักการอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในปัจจุบันนั้นมีน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะคนรุ่นเก่าที่อ่านสิ่งพิมพ์เหล่านี้ก็เริ่มหดหายไปตามอายุ เล่นเดียวกันกับตนที่ขายสิ่งพิมพ์เหล่านี้มาตั้งแต่อายุ 17 ปี จนปัจจุบันนี้ตนอายุเกือบจะ 70 ปีแล้ว
นายนำชัย ยังบอกอีกว่า สิ่งที่เปิดขึ้นในปัจจุบันนี้เป็นข้อบ่งชี้ว่า สื่อที่เข้ามาแทนที่สื่อสิ่งพิมพ์ และมีบทบาทอย่างมากในทุกวันนี้คือ สื่อโซเชี่ยลมีเดีย เนื่องจากคนรุ่นใหม่ และวัยรุ่นส่วนมากทุกวันนี้ก็ดูทุกสิ่งทุกอย่างจากโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต ในคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ส่วนกลุ่มคนที่ยังมาซื้อสื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นกลุ่มที่มีอายุ ที่ส่วนใหญ่อายุ 30-40 กว่าปีขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในปัจจุบันสื่อสิ่งพิมพ์จะมีบทบาทและยอดขายที่น้อยลงไปอย่างที่เห็นแต่ตนก็ยังยืนหยัดทำอาชีพนี้ต่อไป เพราะตนก็อายุมากแล้ว ประกอบอาชีพนี้มานานจึงยังคงทำอาชีพนี้ต่อไป








ร่วมแสดงความคิดเห็น