พาไปชมความสวยงาม อันซีนเชียงใหม่ “วัดหลวงขุนวิน” วัดเก่าแก่กลางป่าลึกอายุกว่า 700 ปี พลังศรัทธาผู้คนเดินทางเข้าชมสถาปัตยกรรม พร้อมกราบไหว้พระพุธรูปแกะสลักอลังการ
ผู้สื่อข่าวพาไปชมความสวยงามของวัด “วัดหลวงขุนวิน” วัดสวยที่มีความเก่าแก่ตั้งอยู่กลางป่า อายุกว่า 700 ปี ที่ตั้งอยู่ใน ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดที่มีความสงบเงียบ สวยงาม และเป็นอีกหนึ่งอันซีนเชียงใหม่ ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวพากันเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ แม้ว่าการเดินทางบนเส้นทางเข้ามานั้นจะค่อนข้างลำบากก็ตาม โดยจุดเด่นของวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีความเรียบง่าย มีวิหารไม้ตั้งอยู่กลาางป่า ที่มีความร่มรื่น เย็นสบาย
“วัดหลวงขุนวิน” ถึงแม้จะตั้งอยู่กลางป่าลึก แต่ก็มีประชาชน และนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสัมผัสความสวยงามกันอย่างต่อเนื่องแทบทุกฤดู เนื่องจากที่วัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ของวัด รวมทั้งประชาชนที่มีความศรัทธาที่ตั้งใจเดินทางมาสักการะกราบไหว้พระพุทธรูปไม้ปางปรินิพพาน ที่แกะสลักอย่างสวยงามอยู่ภายในอุโบสถพระนอน (ปางปรินิพพาน) และ พระพุทธรูปไม้ปางจงกรมแก้ว ความสูง 9 เมตร แกะสลักมาจากต้นไม้ใหญ่เพียงต้นเดียวอย่างสวยงามประดิษฐานอยู่ในอุโบสถพระยืน (ปางจงกรมแก้ว)

นอกจากนี้ภายในแห่งนี้ยังมี อาคารไม้เก่าแก่ และ เจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งมีสถาปัตยกรรมขั้นบันไดพญานาค ที่ตั้งตระหง่านทางเข้าวัด ที่เมื่อเข้าแล้วก็สามารถสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ของวัด ที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว สามารถถ่ายภาพได้ทุกจุดของวัดอย่างสวยงาม
สำหรับ “วัดหลวงขุนวิน” ปัจจุบันมีพระ เณร จำวัดอยู่ประมาณ 10 กว่ารูป อีกทั้งยังมีพระธุดงค์ และผู้ที่เดินทางเข้ามาปฏิบัติธรรมอยู่บ่อยๆ เนื่องจากวัดแห่งนี้มีความเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย โดยมี หลวงพ่อจรัญ ทกฺขญาโณ ดำรงค์ตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส และได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ของวัดแห่งนี้ว่า มีตำนานเล่าว่า พระพุทธองค์ทรงเสด็จมายังบริเวณที่ตั้งของวัดหลวงขุนวินปัจจุบันนี้ มีชาวลัวะ 2 คน คือ ขุนสาบและขุนสระเมิง มีจิตเลื่อมใส ได้กราบทูลขอพระเกศาธาตุ พระพุทธองค์ทรงประทานให้แล้วสร้างเจดีย์ครอบไว้บนยอดเตี้ยๆ เรียกว่า พระธาตุม่อนเปี้ยะ
จากนั้นพระพุทธองค์ทรงเสด็จมาเพื่อประทับรอยพระบาท ประทับบนหินก้อนหนึ่งกว้างประมาณ 1 ศอก ยาว 2 ศอก แต่เนื่องจากหินก้อนเล็กไปจึงปรากฏเฉพาะรอยฝ่าพระบาทเท่านั้น ส่วนส้นและนิ้วพระบาทหายไป พระพุทธองค์ทรงทำนายไว้ว่า พระพุทธบาทนี้ไม่เต็มรอยเพราะแหว่งไป จึงเรียกเมืองแถวนี้ว่า เมืองหวิด ต่อมาเรียกว่า เมืองวิน สมัยเจ้าหมื่นคำชาวเป็นน้องของขุนหลวงวิลังคะ ได้ทำนุบำรุงดหลวงขุนวินได้เจริญขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีครูบาปัญญาวงศา เป็นเจ้าอาวาส หลังพม่าตีเมืองเชียงใหม่แตก วัดนี้จึงกลายเป็นวัดร้างเกือบ 700 ปี จนในปี พ.ศ. 2497 ครู บาอุ่นเรือน สุภทฺโท วัดควรนิมิตร ของ อำเภอสันป่าตอง ก็ได้มาบูรณะวัดนี้อีกครั้ง



















ร่วมแสดงความคิดเห็น