วัดพระสิงห์ทำไมถึงเรียกว่าเพชรเม็ดงามของสถาปัตยกรรมล้านนา

วัดพระสิงห์วรมหาวิหารเป็นอารามที่พระเจ้าผายู ทรงสถาปนาขึ้นประมาณพุทธศักราช 1888 เดิมเรียกว่า วัดลีเชียง โดยที่หน้าวัดเป็นท้องสนามประชาราษฎรมาประชุมซื้อขายสินค้ากันจนกลายเป็นตลาดลีเชียง (ลี หมายถึง ตลาด) และเรียกชื่อวัดว่าวัดลีเชียงไปด้วย ประมาณ พ.ศ. 1943 เจ้ามหาพรหมได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากกำแพงเพชรและนำไปถวายแต่พระเจ้าแสนเมืองมา พระเจ้าแสนเมืองมาจะอัญเชิญไปประดิษฐานวัดบุปผาราม(วัดสวนดอกปัจจุบัน)แต่เมื่อไปถึงวัดลีเชียงคานราชรถหักเดินทางต่อไปไม่ได้จึงให้นำพระพุทธสิหิงศ์ประดิษฐานที่วัดลีเชียง ตั้งแต่นั้นมาประชาชนจึงเรียกว่า วัดลีเชียงพระและต่อมาเรียกว่าวัดพระสิงห์และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัอานันทมหิดลกษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอกชนิดวรมหาวิหารในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2483 แล้วจึงได้นามเพิ่มว่า วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร โดยสิ่งที่ทำให้วัดพระสิงห์ถูกยกให้เป็น “เพชรเม็ดงามของล้านนา” อยู่ที่ งานสถาปัตยกรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม พร้อมประวัติศาสตร์เข้มข้นในทุกอาคาร ดังนี้
🛕 1. วิหารหลวง – ความผสมผสานล้านนา–รัตนโกสินทร์
สร้างใหม่ในสมัย ครูบาศรีวิชัย พ.ศ. 2467 ภายนอกเด่นด้วยลวดลายนารายณ์ทรงครุฑ เสือ และลายพันธุ์พฤกษา ศิลปะที่ไม่ใช่ล้านนาแท้แต่ช่วยสะท้อนยุคสมัยที่ศิลปะหลายแบบเริ่มผสมกลมกลืนกัน ภายในประดิษฐาน พระศรีสรรเพชญ์ พระประธานองค์ใหญ่ โตสง่าและสงบขรึมแบบล้านนาแท้ๆ
🛕 2. อุโบสถ – พระประธานตั้งกลางอาคาร (หาดูได้ยากมาก!)
อัตลักษณ์เด่นคือการวางพระประธานไว้ กลางอุโบสถใน “กู่พระเจ้า” สามารถไหว้ได้ 2 ด้าน ซึ่งไม่พบในวัดทั่วไป และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทำไมถึงออกแบบเช่นนั้น ด้านนอกมี หลักเสมา รูปแบบเสาปักลงดินแปลกตาและเป็นเอกลักษณ์ล้านนา
🛕 3. วิหารลายคำ – ของงามที่สุดของล้านนาที่เหลือรอด
ถือเป็นตัวอย่างวิหารล้านนาแท้ที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุคปัจจุบัน ภายในตกแต่งด้วย ลายคำพื้นแดง–ทอง งดงามละเอียดที่สุดจนเป็นงานระดับมรดกทางศิลปะล้านนาและที่สำคัญที่สุด ที่นี่คือที่ประดิษฐานของ
🙏 พระพุทธสิหิงค์ (จำลอง) ศิลปล้านนาสิงห์ 1
เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองตั้งแต่โบราณ ชื่อ “พระสิงห์” อาจหมายถึง

  • องอาจดุจราชสีห์
  • หรือจากภาษามอญ “สฮิง–สเฮย” = ชวนให้ยินดีอภิรมย์ใจ
    เดิมองค์พระมีพระเศียรแบบเก่า แต่ถูกลักลอบตัดใน พ.ศ. 2464 ปัจจุบันที่เห็นคือองค์ใหม่ ส่วนรูปแบบใกล้เคียงเดิมที่สุดอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เชียงใหม่
    🎨 จิตรกรรมฝาผนัง – หนึ่งเดียวในไทย
    ฝั่งขวา: สังข์ทอง
    ฝั่งซ้าย: สุวรรณหงส์ (หาดูได้ยากมาก)
    ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ยังเคยกล่าวว่า ภาพวาดในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ “งดงามและสมจริงจนเหมือนย้อนกลับไปเห็นชีวิตเมื่อร้อยปีก่อน”
    🛕 เจดีย์ประธาน – พระธาตุประจำปีมะโรง
    เป็นเจดีย์ทรงระฆังเก่าแก่ในเมืองเชียงใหม่ และเป็น พระธาตุประจำปีเกิดคนปีมะโรง ใครเกิดปีนี้ควรไปกราบให้ได้สักครั้ง
    หอธรรมสองชั้น
    ประดับเทวดาปูนปั้นงดงามมาก เป็นหนึ่งในหอธรรมที่สวยที่สุดของภาคเหนือ

*ด้วยเหตุเพราะที่นี่รวมทุกสิ่งที่สะท้อนตัวตนเชียงใหม่ไว้ครบถ้วน ประวัติศาสตร์เก่าแก่ ศิลปะชั้นครู วิหารลายคำอันงดงาม พระพุทธสิหิงค์คู่เมืองและงานช่างล้านนาที่คงอยู่มาหลายร้อยปี ไม่แปลกที่ใครมาเชียงใหม่ก็ต้องมาสัมผัส “เพชรเม็ดงามแห่งล้านนา” แห่งนี้ให้ได้สักครั้ง

🛕วัดพระสิงห์วรมหาวิหารเป็นอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
☎️ โทรศัพท์ 053-275139

ที่มา
จากรีย์ สุนทรสิงห์, วัดพระสิงห์วรมหาวิหารเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่, (เชียงใหม่:ดาวคอมกราฟิค), หน้า 1-4.
จากรีย์ สุนทรสิงห์, วัดพระสิงห์วรมหาวิหารเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่, (เชียงใหม่:ดาวคอมกราฟิค), หน้า 10.
จากรีย์ สุนทรสิงห์, วัดพระสิงห์วรมหาวิหารเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่, (เชียงใหม่:ดาวคอมกราฟิค), หน้า 14-18.

ร่วมแสดงความคิดเห็น