วาสนา ทองสุข ส.ส.เขต 5 “พรรคภูมิใจไทย” เชียงใหม่ สะท้อนปัญหาหลักของ 4 อำเภอควรรีบแก้ไข

สนามเลือกตั้งส.ส.เขต 5 เชียงใหม่ (อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอสะเมิง และอำเภอกัลยาณิวัฒนา) มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจาก 12 พรรคการเมืองลงแข่งขัน โดยเจ้าของเก้าอี้เดิมคือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปลงปาร์ตี้ลิสต์และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะที่นางวาสนา ทองสุข อดีตนายกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ สวมเสื้อผู้สมัครหมายเลข 6 จากพรรคภูมิใจไทย “เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”พูดแล้วทำพลัส+ เสนอตัวเป็นทางเลือกชูสโลแกน “เขต 5 เข้มแข็งจากฐานชุมชน เศรษฐกิจยั่งยืน คนอยู่กับป่าได้ รัฐเข้าถึงประชาชนมีศักดิ์ศรี” โดยนางวาสนา กล่าวถึงเหตุผลในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ว่าที่ผ่านมาชาวบ้านเลือกส.ส.คนเดิม บอกว่าให้โอกาสมาตลอดแต่กลับไม่ใช้โอกาสที่ได้นั้นทำงานให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ สำหรับตนเองนั้นไม่ถือว่าเป็นผู้สมัครหน้าใหม่เพราะเคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้งในนามของพรรคไทยสร้างไทย แต่พรรคการเมืองดังกล่าวไม่ได้ร่วมรัฐบาล ทำให้เสียโอกาสในการผลักดันปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไปสู่การแก้ไข ซึ่งตนมีความเชื่อว่าการเมืองเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและปากท้องของพี่น้องประชาชน

การเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้จึงตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งให้อิสระกับผู้สมัคร ประกอบกับเขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอแม่ริม สะเมิง แม่แตง และกัลยาณิวัฒนาเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ละพื้นที่มีปัญหาแตกต่างกันอย่างอำเภอกัลยาณิวัฒนาปัญหาหลักของพี่น้องประชาชนในเขตนี้คือเรื่องพื้นที่ทำมาหากิน ซึ่งปัญหาการประกาศเขตป่าทับซ้อนพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน จึงอยากให้มีการพิสูจน์สิทธิ์ และกันพื้นที่ป่ากับพื้นที่ทำกินให้ถูกต้อง เพราะถ้าประชาชนมีโฉนดจะเป็นคทช.หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ภาครัฐรับรองให้เป็นเอกสารสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่นี้จะเดินหน้าได้ ซึ่งไม่เฉพาะกัลยาณิวัฒนา ส่วนของอำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตงมีที่พัก รีสอร์ทและแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งยังเกิดปัญหา โดยเฉพาะที่ม่อนแจ่ม โดยชาวบ้านในพื้นที่เจอคดีกว่า 200 ราย การพบเห็นสิ่งนี้จึงอยากผลักดันให้เกิดความชัดเจนในเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ระหว่างชาวบ้านกับนายทุนที่รัฐต้องชัดเจนและถูกต้อง

ทั้งนี้ เรื่องของปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริมที่ผ่านมานั้น ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่ป่าต้นน้ำถูกทำลาย เมื่อมีฝนตกหนักจึงไม่มีป่าที่จะอุ้มน้ำทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบมากมาย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเกี่ยวกับภัยพิบัติแห่งชาติให้ความช่วยเหลือ 1 แสนบาทต่อครัวเรือนถ้าหากประสบภัยพิบัติขึ้น ก็จะนำกองทุนนี้มาช่วยเหลือ

“อีกอย่างที่ตั้งใจจะผลักดันคือเรื่องโรงพยาบาล เพราะปัจจุบันอำเภอแม่แตงมีโรงพยาบาลประจำอำเภอเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก 60 เตียง ขณะที่แม่แตงมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมายโดยเฉพาะปางช้างซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก แต่ประชากรในเขตอำเภอแม่แตงมีกว่า 1 แสนรายและประชาชนแฝงอีกเกือบหนึ่งแสนราย เมื่อประชาชนเกิดเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยขึ้นมาโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพพอที่จะรองรับการดูแลรักษาทั้งประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงเพราะที่นี่มีแพทย์เพียง 2 รายและพยาบาลจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน”นางวาสนา กล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น