หอการค้า จ.เชียงใหม่ ร่วมงานสนทนา นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ล้านนา

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ผู้แทนหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายอาคม สุวรรณกันธา รองประธานกรรมการ ร่วมร่วมงานสนทนา “นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ล้านนา สถานการณ์ โอกาส และความท้าทายในปัจจุบันและอนาคต จากพื้นที่สู่ความเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ” ณ Fahlanna Art Museum

ด้วย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จัดทำโครงการ “การจัดการความรู้และพัฒนาเครือข่ายนโยบาย เพื่อการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ” มีเป้าหมายสำคัญเพื่อการเชื่อมโยงความรู้และงานวิจัยเกี่ยวกับระเบียง เศรษฐกิจพิเศษเข้ากับการขับเคลื่อนและพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้เกิดเครือข่ายนโยบายและ ยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อความรู้เข้ากับการปฏิบัติและขับเคลื่อนของภาคส่วนต่าง ๆ ทางสถาบันเอเชียศึกษา จึงได้จัดเวทีสนทนาในครั้งนี้ เพื่อสะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ล้านนาในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กำหนดนโยบายระดับพื้นที่ได้รับฟังมุมมองและข้อเสนอจากผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และภาคประชาสังคม อันจะนำไปสู่การเชื่อมโยงระหว่างนโยบายระดับพื้นที่กับยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคเหนือ (NEC – Creative Lanna) ให้สอดคล้องกันมากขึ้น จนเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือและองค์ ความรู้ร่วมกันสำหรับการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับเวทีสนทนาในครั้งนี้ ตัวแทนจาก ภาคเอกชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันระดมสมองเพื่อหาแนวทางยกระดับมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนือ โดยมองจากภาพรวมระดับประเทศที่ปัจจุบันไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์สูงถึง 252,000 ล้านบาท (คิดเป็น 2.53% ของการส่งออกทั้งหมด) และก่อให้เกิดการจ้างงานเกือบ 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม การจะขับเคลื่อนภาคเหนือไปสู่จุดนั้น ยังคงมีความท้าทายหลัก (Challenges) ที่ต้องก้าวข้าม ได้แก่:

  1. การทำงานแบบแยกส่วน (Silo): ขาดการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชน ทำให้แผนระดับชาติไม่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จริง
  2. โครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ: ขาดพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Space) เช่น สตูดิโอ, เวทีแสดงดนตรี, ศูนย์ออกแบบ และข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุน/สิทธิประโยชน์ทางภาษี
  3. ช่องว่างนโยบายกับการปฏิบัติ: ความยากในการรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการอนุรักษ์วิถีชีวิตชุมชน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้ตรงความต้องการของอุตสาหกรรม

🚀 ก้าวต่อไป: จาก 5F สู่ยุทธศาสตร์ “18F Soft Power Lanna”

จากวงสนทนาได้เกิดแนวคิดเบื้องต้นที่น่าสนใจ คือการเร่งสร้างระบบนิเวศสร้างสรรค์ (Creative Ecosystem) และร่วมออกแบบเชื่อมโยงข้ามอุตสาหกรรม (Cross-industry synergy) โดยต่อยอดจากนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์เดิม ให้ครอบคลุมศักยภาพของภาคเหนืออย่างแท้จริง

ด้วยการเติมจุดแข็งด้าน การต่อสู้ (Fight), เทศกาล (Festival) และ ความเชื่อ/สายมู (Faith) เข้าไป เกิดเป็นยุทธศาสตร์ “F-18 Lanna” เพื่อให้เศรษฐกิจภาคเหนือสามารถขยายตัว (Scale up) ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ดังนี้:

🎨 #กลุ่มมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปะ (Heritage & Arts)

  1. Fine Craftsmanship: งานฝีมือและหัตถกรรม (เช่น เครื่องเขิน, ผ้าทอ, งานแกะสลัก)
  2. Folklore Music: ดนตรี (สะล้อ ซอ ซึง และดนตรีร่วมสมัย)
  3. Footlight Performance: ศิลปะการแสดง (ฟ้อนเล็บ, ละครซอ)
  4. Fine Arts: ทัศนศิลป์ (จิตรกรรมฝาผนังวัด, ประติมากรรมพุทธศิลป์)

🎬 #กลุ่มสื่อและคอนเทนต์ (Media & Content)
5.Film & Cinema: ภาพยนตร์ (การใช้ล้านนาเป็นโลเคชั่นหรือเนื้อหา)
6.Frequency Broadcasting: การแพร่ภาพและกระจายเสียง ที่เชียงใหม่เป็นศูนย์รวมนักสื่อสารชั้นนำระดับโลกฝังตัวอยู่
7.Folio Publishing: การพิมพ์ (รวมถึงวรรณกรรมล้านนาและสื่อสิ่งพิมพ์สร้างสรรค์)
8.Future Software: ซอฟต์แวร์ (เกมหรือแอปพลิเคชันที่ใช้ Content ท้องถิ่น) เป็นเศรษฐกิจดิจิตอลล้านนา
9.Fame Advertising: การโฆษณา (การสร้าง AI Branding ให้สินค้าล้านนา)

    ✨ #กลุ่มงานสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ (Design & Lifestyle)
    10.Functional Design: การออกแบบ (ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน)
    11.Form Architecture: การให้บริการด้านสถาปัตยกรรม (เรือนกาแล, โรงแรมสไตล์ล้านนา ย่ายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ช้างม่อย กาดหลวง สันป่าข่อย ท่าแพ)
    12.Fashion & Textile: แฟชั่น (ผ้าพื้นเมืองประยุกต์, Modern Lanna Wear)

    🌿 #กลุ่มสุขภาพอาหารและการท่องเที่ยว (Wellness, Longivity, Food & Cultural -Community base Tourism)
    13.Flavors of Thai Food: อาหารไทย (อาหารเหนือ/อาหารฟิวชั่นล้านนา)
    14.Folk Medicine : การแพทย์แผนไทย (นวดตอกเส้น, สมุนไพรล้านนา) สู่ Wellness-Longivity การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    15.Frontier Tourism: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (การสัมผัสวิถีชุมชน ย่านงานหัตถกรรม ท่องเที่ยวชุมชน 25 อำเภอ)

      🥊 #กลุ่มอัตลักษณ์และศรัทธา (Identity & Faith)
      16.Fighting (Muay Thai): มวยไทย (รวมถึงศิลปะการต่อสู้พื้นบ้านอย่าง เจิง-ฟ้อน-ดาบและมวยล้านนา)
      17.Festival: การอนุรักษ์และขับเคลื่อนเทศกาลสู่ระดับโลก (ยี่เป็ง, สงกรานต์, ปอยหลวง ไม้ดอกไม้ประดับ)
      18.Faith: การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ (ไหว้พระธาตุ, เส้นทางสายมู, จิตวิญญาณล้านนา, แก้บน , พระพิฆเนศ )

      ร่วมแสดงความคิดเห็น