อำเภอเรียกสอบแล้ว กรณีชาวบ้าน อ.แม่ริม ร้องเรียนพบ ผญบ.ชอบพกปืนเรียกรับเงินชาวบ้าน

อำเภอสอบแล้ว กรณีชาวบ้านใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ร้องเรียนผู้สื่อข่าว พบผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ชอบพกปืนไปเรียกรับเงินชาวบ้าน อ้างทำบัตรประชาชนสัญชาติไทยให้ชาวไทใหญ่ได้ แต่ทำไม่ได้ เหยื่อชาวไทใหญ่จึงหารือนายอำเภอ ระหว่างรอสรุปปัญหา ชาวบ้านอีกคนร้องเรียนสื่อมวลชนให้ตรวจสอบ ผู้ใหญ่บ้านว่า เรียกรับเงินจริงหรือไม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวคืบหน้า กรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนสื่อมวลชน พบผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เรียกรับเงินชาวไทใหญ่ เป็นชาย รวม 38,500 บาท อ้างจะทำบัตรประชาชนให้ได้ เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ทำให้ไม่ได้ ทางเหยื่อขอเงินคืน ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจ พกปืนเข้าไปข่มขู่ชาวไทใหญ่ถึงบ้านอีก และยังอ้างทำให้ได้ แต่ขอเงินเพิ่มอีก 20,000 บาท เพื่อจะเอาไปให้คนทำงานอีกหลายคนเพื่อออกบัตรประชาชนให้ แต่ลูกสาวปฏิเสธการจ่าย แล้วแอบอัดคลิปมือถือไว้

ต่อมาวันที่ 27 มี.ค. 69 ชาวไทใหญ่พร้อมคนที่ไว้ใจจำนวนหนึ่ง เข้าไปหารือกับนายอำเภอแม่ริม แต่คนใกล้ชิดชาวไทใหญ่กลัวเรื่องเงียบ จึงร้องเรียนสื่อมวลชน พร้อมนำคลิปมาเผยแพร่ ตามที่เสนอข่าวไปเมื่อวันที่ 26 เม.ย.69 แล้วนั้น ข่าวคืบหน้า เช้าวันที่ 27 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากข่าวเผยแพร่ไปแล้วนั้น เช้าวันนี้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอแม่ริม ได้โทรศัพท์ติดต่อไปที่บ้านชาวไทใหญ่ผู้ร้องเรียน ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเหยื่อ เพื่อจะขอข้อมูลเพิ่ม ตามที่ตกเป็นข่าว ซึ่งไม่พบผู้เสียหาย ปิดประตูบ้านล็อกกุญแจ้หน้าบ้านไว้ และไม่พบรถในบ้าน ปกติจะมีรถยนต์จอดในบ้าน และทางอำเภอก็จะพยายามหาตัวเหยื่อมาให้ข้อมูลต่อไปในวันที่ 28 เม.ย.นี้ต่อไป

จากนั้น ทางอำเภอแม่ริม ก็เชิญผู้ใหญ่บ้านที่ถูกร้องเรียนว่าไปรับเงินชาวบ้าน ชาวไทใหญ่ที่เป็นเหยื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว แต่ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว พบว่าร่างกายไม่สมบูรณ์ มือและแขนขวา เป็นมือข้างที่ถนัด ประสบเหตุมาก่อน นิ้วจะแข็ง หากกรณีมีผู้กล่าวอ้างว่า ผู้ใหญ่บ้านคนนี้ชอบพกปืนไปไหนมาไหนนั้น ก็คาดว่าจะไม่สามารถจับปืนได้ถนัดมือก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอจะต้องติดตามหาผู้ร้องเรียนมาให้ปากคำเพิ่มแน่นอน ย้อนไปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 69 ที่ผู้ร้องเรียนและผู้ใกล้ชิดได้มาปรึกษานายอำเภอแม่ริมพร้อมเจ้าหน้าที่อำเภอจริง เพื่อมาติดตามเรื่องที่เคยแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านที่ถูกร้องเรียนว่าเรียกรับเงินนั้น สอบถามอำเภอมาว่า ได้ดำเนินการทำบัตรประจำประชาชนสัญชาติไทยได้คืบหน้าไปถึงไหน ซึ่งครั้งนั้นผู้ร้องเรียนไม่ประสงค์ให้บันทึกเนื้อหาเป็นหลักฐานแต่อย่างใด จากนั้นอำเภอแม่ริมก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ร้องเรียน คำสั่งลงนาม เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 โดยให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน (ซึ่งช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงทำงานของคณะกรรมการฯอยู่ แต่ก็เกิดเป็นข่าวออกมาเสียก่อน) อย่างไรก็ตามผู้ที่จะให้ข้อมูลได้ดีที่สุดคือผู้ร้องเรียน ทางอำเภอก็ขอให้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติ่มได้.

ร่วมแสดงความคิดเห็น