ญาติวอนเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเด็ดขาด ลูกเขยทาสยาชาวลาวใช้จอบสับหัวพ่อตาดับ เกรงกลับออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนในชุมชน
วันที่ 1 ก.พ. 67 จากกรณีที่ลูกเขยใช้จอบสับหัวพ่อตายคาที่ ในพื้นที่บ้านทุ่งพัฒนา ม.13 ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา สร้างความเศร้าโศกเสียใจต่อบรรดาญาติและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่งใน ม.13 ต.เวียง อ.เชียงของ เพื่อติดตามกรณีการประกอบพิธีศพของนายเก้า อายุ 78 ปี ซึ่งถูกนายคือ อายุ 41 ปี ลูกเขย ใช้จอบสับหน้าผากจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต พบว่าที่บ้านเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ได้มีญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของนายเก้า ต่างมาช่วยกันเตรียมสถานที่ประกอบพิธีศพ แต่ศพยังอยู่ในระหว่างการชันสูตรที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ยังไม่ได้นำกลับมาที่บ้านในวันนี้ ซึ่งญาติเตรียมจะประกอบพิธีศพตามหลักศาสนาคริสต์ ในวันเสาร์ที่ 3 ก.พ. ที่จะถึงนี้ ที่สุสานภายในหมู่บ้าน ในขณะที่นางจอ อายุประมาณ 30-35 ปี ภรรยาผู้ก่อเหตุยังคงนอนอยู่ที่เตียงไม้หน้าบ้าน ไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเพื่อนบ้านเล่าว่าฝ่ายลูกสาวก็เป็นทาสยาบ้า พูดคุยไม่รู้เรื่อง และเคยก่อเหตุทำร้ายแม่บ่อยครั้ง

นายสมบัติ (ขอสงวนสกุล) อายุ 37 ปี เหลนชายของผู้เสียชีวิต เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ขณะเกิดเหตุตนเพิ่งไปสวนกลับมาบ้าน มาไม่ทันตอนที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงก็พบศพของผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ที่ประตูเข้าบ้าน โดยส่วนลำตัวอยู่ด้านในบ้าน แต่ศรีษะผู้เสียชีวิตหนุนพาดอยู่บริเวณธรณีประตู มีบาดแผลถูกจามด้วยจอบที่บริเวณใบหน้าหลายแผล เป็นภาพที่น่าสยดสยองที่สุดตั้งแต่เกิดมา 30 กว่าปี ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุขั้นเด็ดขาด เพราะก่อเหตุอย่างโหดร้าย และหลังก่อเหตุยังนั่งรอตำรวจอยู่ด้านม้านั่งหน้าบ้าน โดยไม่รู้สึกสำนึกในความผิดที่ได้กระทำลงไป ผู้ก่อเหตุและเมียมีพฤติกรรมติดยาบ้าอย่างหนัก ไม่ทำงานเป็นหลักแหล่ง หากใครว่าจ้างไปทำอะไรก็ไป ที่ผ่านมาทางผู้นำชุมชนเคยประกาศไล่ออกนอกหมู่บ้านหลายครั้งแล้ว แต่ไปไม่นานเขาก็กลับมาอีก จนมาก่อเหตุสลดในครั้งนี้
“เท่าที่ได้ยินจากเพื่อนบ้านเล่ามาทราบว่า วันเกิดเหตุในหมู่บ้านมีครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก เขามีการเลี้ยงผีบรรพบุรุษภายในครอบครัว และมีการเชิญแขกสนิทไปร่วมกินเลี้ยง นายคือผู้ก่อเหตุก็ได้ไปดื่มกินภายในงานดังกล่าวจนเมา และถูกเจ้าภาพและผู้ตายไล่ออกจากงาน เมื่อมาถึงบ้านก็มาอาละวาดทำลายข้าวของภายในบ้าน จนมีปากเสียงกับพ่อตาอีก และฝ่ายพ่อตามีการนำเอาจอบจะมาไล่ฟาดลูกเขย แต่ฝ่ายลูกเขยแย่งจอบได้และเอามาทำร้ายพ่อตาจนเสียชีวิต ตอนนี้ยังรู้สึกเศร้าเสียใจกับข่าวการเสียชีวิตดังกล่าว เพราะผู้ตายเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน และเคยมีผู้เห็นคนก่อเหตุฝนมีดบ่อย ๆ และได้ยินผู้ก่อเหตุพูดว่า อยากจะฆ่าพ่อตาแม่ยายให้เสียชีวิต เพื่อจะได้เข้ามาอยู่แทนที่ในบ้าน” นายสมบัติ เหลนของผู้ตาย กล่าว
ด้านนางเจือ เมียผู้ตาย ซึ่งพูดภาษาไทยไม่ได้ ได้สื่อสารผ่านทาง น.ส.ณัฐ อายุ 16 ปี ลูกสาวคนเล็ก เล่าว่า ตอนกลับมาจากงานทำบุญเลี้ยงผี ผู้ก่อเหตุได้มาอาละวาดทำลายข้าวของภายในบ้าน จนมีปากเสียงกับผู้ตาย ถึงขั้นที่ผู้ตายไปหยิบเอาจอบมาไล่ตีลูกเขย แต่ลูกเขยแย่งจอบได้ก็เลยไล่ทำร้ายพ่อตา จนพ่อตาล้มลงที่หน้าประตู แต่ก็ยังพลิกตัวกลับขึ้นมาได้ แต่ผู้ก่อเหตุได้ใช้เท้าเหยียบหน้าอกและนำจอบสับไปที่ศรีษะของพ่อตาจนถึงขั้นเสียชีวิต และแม่ยายที่พยายามเข้าไปห้าม ก็ถูกจอบบาดแขนขวา เป็นแผลลึกถึงกระดูก
“ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุเคยทั้งกินเหล้ากินยา เคยอาละวาดและทะเลาะกับพ่อตาบ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน แต่ฝ่ายลูกสาวเคยทำร้ายแม่แท้ ๆ บ่อยครั้ง อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดถึงที่สุด ถ้าประหารได้ก็อยากให้ประหาร ถ้าประหารไม่ได้ก็อยากให้ขังลืม ไม่อยากให้บุคคลดังกล่าวออกจากคุกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก” เมียและลูกสาวของผู้ตาย กล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น