“วัดศรีชุม” มรดกทางศิลปะพม่าในล้านนา

วัดศรีชุม จังหวัดลำปาง เป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและพม่าในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยบทบาทของคหบดีชาวพม่าที่เข้ามาทำงานและสร้างความเจริญรุ่งเรืองในภาคเหนือของไทย วัดแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างงานศิลปกรรม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันหลากหลายที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว

ประวัติการสร้างวัด ความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธาและเศรษฐกิจ

วัดศรีชุมก่อตั้งในปี พ.ศ. 2433 โดยคหบดีพม่าชื่อ “อูโย” ผู้ติดตามชาวอังกฤษมาดำเนินกิจการป่าไม้ในภาคเหนือ เมื่อฐานะมั่นคงขึ้น อูโยจึงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวพม่าที่นิยมสร้างวัดเพื่อเป็นการทำบุญ ความสำคัญของวัดศรีชุมไม่ได้จำกัดเพียงแค่บทบาททางศาสนา แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในยุคนั้น

ในสมัยรัชกาลที่ 5 การเปิดพื้นที่ให้ต่างชาติทำธุรกิจป่าไม้ในภาคเหนือ โดยเฉพาะบริษัทอังกฤษ ส่งผลให้ชาวพม่า มอญ และไทใหญ่ ซึ่งเป็นคนในบังคับอังกฤษอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ชาวพม่าเหล่านี้ไม่เพียงมีบทบาทสำคัญในด้านเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างผลกระทบทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งผ่านการสร้างวัดและการอุปถัมภ์พุทธศาสนา

ศิลปกรรมพม่าผสมล้านนา เอกลักษณ์เฉพาะตัว

วัดศรีชุมเป็นตัวอย่างของการหลอมรวมศิลปกรรมระหว่างพม่ากับล้านนา โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมและศิลปะภายในวัด

  1. จองทรงปยาธาตุ
    อาคารจอง หรือวิหาร เป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดพม่า สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2443 โดยคหบดีชาวพม่าอูโย ต่อมาในปี พ.ศ. 2444 ได้รับการบูรณะเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้โดยพ่อเลี้ยงอูหม่องยี ผู้เป็นเขยของอูโย จองหลังนี้โดดเด่นด้วยหลังคาซ้อนชั้นยอดแหลมแบบพม่า ตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักไม้และกระจกสี ลวดลายเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานศิลปะพม่าที่งดงามที่สุดในประเทศไทย
  2. อุโบสถและเจดีย์
    อุโบสถของวัดศรีชุมมีลักษณะหลังคาทรงปยาธาตุ ประดับแผ่นโลหะฉลุลวดลายอย่างวิจิตรบรรจง พระประธานภายในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปศิลปะมัณฑะเลย์ สะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมระหว่างพม่าและล้านนาในยุคนั้น นอกจากนี้ เจดีย์ในวัดยังแสดงรูปแบบผสมผสานระหว่างเจดีย์ล้านนาและพม่า โดยมีส่วนฐานแบบล้านนา แต่ส่วนยอดรับอิทธิพลพม่าที่ประดับฉัตร
  3. งานแกะสลักไม้
    งานแกะสลักไม้ที่ประดับอยู่บนอาคารต่างๆ ในวัด เช่น จองและอุโบสถ ถือเป็นศิลปะชั้นสูง ลวดลายที่นิยม ได้แก่ ลายพรรณพฤกษา รูปเทวดา และเครือเถาที่แสดงถึงความประณีตและอิทธิพลจากศิลปะตะวันตกในช่วงพม่าเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

บทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรม

ในยุคที่ลำปางเป็นศูนย์กลางของธุรกิจป่าไม้ วัดศรีชุมและวัดพม่าอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในชีวิตของชาวพม่า มอญ และไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ วัดเป็นทั้งศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและสถานที่พบปะของชุมชน นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของเศรษฐกิจและสังคมในยุคนั้น

วัดศรีชุมยังได้รับการยอมรับในฐานะโบราณสถานที่สำคัญ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรในปี พ.ศ. 2524 แม้จะเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2535 ซึ่งทำให้ตัวจองได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่การบูรณะวัดได้ดำเนินการด้วยความใส่ใจในรายละเอียด เพื่อรักษารูปแบบเดิมและคงคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์

วัดศรีชุมในฐานะสะพานวัฒนธรรมไทย-พม่า

วัดศรีชุมไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงบทบาทของชาวพม่าในลำปาง รวมถึงการผสมผสานทางศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างล้านนาและพม่า ผู้ที่มาเยี่ยมชมวัดศรีชุมจะได้สัมผัสถึงความงดงามของศิลปกรรมพม่า ความประณีตของงานไม้แกะสลัก และประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมทั้งสองเข้าด้วยกัน

สำหรับผู้สนใจศิลปวัฒนธรรม การเยี่ยมชมวัดศรีชุมคือการย้อนกลับไปสัมผัสยุคที่ลำปางเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจป่าไม้ และเรียนรู้ถึงบทบาทของชุมชนพม่าที่มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองนี้อย่างลึกซึ้ง

ที่มา:https://thai.tourismthailand.org/Attraction/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1

https://www.muangboranjournal.com/post/Wat-Sri-Chum-Lampang

ร่วมแสดงความคิดเห็น