วัดพระธาตุลำปางหลวง “จารึก” ประวัติศาสตร์ล้านนา

วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นหนึ่งในวัดที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของล้านนา มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ และศาสนาของภูมิภาคนี้ วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และได้รับการเคารพบูชามาเป็นเวลาหลายศตวรรษ

นอกจากความสำคัญในฐานะศาสนสถาน วัดพระธาตุลำปางหลวงยังเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 1, 2 และ 3 ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจถึงเหตุการณ์สำคัญของยุคล้านนาและพัฒนาการของวัดในช่วงเวลาต่าง ๆ

จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 1 การก่อสร้างวิหารและพุทธศาสนาในยุคพญาแก้ว
จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 1 สลักด้วยอักษรฝักขาม เป็นภาษาไทยโบราณ บนหินชนวนรูปใบเสมา ขนาดกว้าง 48 ซม. สูง 109 ซม. หนา 6 ซม. มีจำนวน 2 ด้าน รวม 29 บรรทัด ปัจจุบันจารึกนี้ยังคงตั้งอยู่ภายในวิหารหลวงของวัด

เนื้อหาในจารึกระบุว่าถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2046 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของ พญาแก้ว (พ.ศ. 2038-2068) แห่งอาณาจักรล้านนา เนื้อหาจารึกกล่าวถึงเจ้าเมืองนครสีทัตถมหาสุรมนตรี ซึ่งขึ้นครองเมืองได้เพียง 6 เดือน ได้ร่วมกับพระสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ก่อสร้างวิหารวัดพระธาตุลำปางหลวงขึ้นมา โดยจารึกได้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างไว้อย่างละเอียด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาในยุคนั้น ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากทั้งราชสำนักและประชาชน

จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 2 หลักฐานแห่งศรัทธาในสมัยพระยาพุทธวงศ์
หนึ่งในจารึกสำคัญที่ถูกค้นพบที่วัดพระธาตุลำปางหลวงคือ จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 2 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลป. 4” จารึกนี้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2382 สมัยของ พระยาพุทธวงศ์ (พ.ศ. 2369-2389) ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น

จารึกนี้มีลักษณะเป็น แผ่นหินชนวนรูปใบเสมา กว้าง 42 ซม. สูง 76 ซม. หนา 3 ซม. จารึกด้วย อักษรธรรมล้านนา และใช้ ภาษาไทยและบาลี มีข้อความเพียงด้านเดียว จำนวน 16 บรรทัด

จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 3 พุทธศาสนาในยุคพระยากาวิละ
จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 3 เป็นอีกหนึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ถูกจารึกในปี พ.ศ. 2339 ในรัชสมัยของ พระยากาวิละ ผู้ปกครองเชียงใหม่ในขณะนั้น จารึกนี้มีขนาดกว้าง 42 ซม. สูง 79 ซม. หนา 5 ซม. สลักด้วยอักษรธรรมล้านนาและอักษรฝักขาม

เนื้อหาในจารึกระบุว่า สมเด็จบพิตรมหาราชเจ้า ผู้เป็นอธิบดีแห่งศรีพิงค์นครเชียงใหม่ พร้อมด้วยพระกรรโลงครรภ์อัครราชมาดาและพระราชกนิษฐา ได้ร่วมกันบูชาพระมหาชินธาตุ (พระบรมสารีริกธาตุ) ที่บรรจุอยู่ภายในองค์พระธาตุ ด้วยการบริจาคพระราชทรัพย์จำนวนมาก และสร้างเสาเขื่อนเหล็กเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาที่มั่นคงถาวร

เนื้อหาของจารึก การบูรณะวัดและศรัทธาของเจ้านายล้านนา จากข้อความในจารึกระบุว่า ใน พ.ศ. 2382 เจ้ามหาอุปราชานราธิบดี พร้อมด้วย อัคคราชเทวี ราชบุตร ราชธิดา และเหล่าญาติพี่น้อง ได้ร่วมกันสร้าง อาสน์สงฆ์ (แท่นนั่งของพระสงฆ์) โดยประดับตกแต่งด้วยแก้วและทองคำ นอกจากนี้ ยังได้สร้าง “ทุงหิน” ซึ่งหมายถึงเสาหินหรือธงที่ทำจากหิน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการถวายบูชาแด่ พระมหาชินธาตุเจ้า (พระธาตุลำปางหลวง) เนื้อหาของจารึกนี้สะท้อนให้เห็นถึง บทบาทของชนชั้นปกครองล้านนา ที่ให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนา และการบูรณะวัดพระธาตุลำปางหลวงให้เป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของผู้คนในยุคนั้น

การกำหนดอายุของจารึก ข้อความในบรรทัดที่ 3 ของจารึกระบุว่า “จุลศักราชได้ 1201 ตัว” ซึ่งตรงกับ พุทธศักราช 2382 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระยาพุทธวงศ์ ปกครองเมืองเชียงใหม่ ซึ่งช่วยให้สามารถระบุอายุของจารึกได้อย่างแน่ชัด

เมื่อพิจารณาร่วมกับจารึกวัดพระธาตุลำปางหลวงหลักอื่น ๆ เช่น จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 1 (พ.ศ. 2046) และ จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 3 (พ.ศ. 2339) จะพบว่า ศิลาจารึกเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ของล้านนาในช่วงเวลาต่าง ๆ

  • จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 1 (พ.ศ. 2046) กล่าวถึงการสร้างวิหารของวัด โดยมีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
  • จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 3 (พ.ศ. 2339) กล่าวถึงการบริจาคพระราชทรัพย์เพื่อบูชาพระมหาชินธาตุ และการสร้างเสาเขื่อนเหล็ก
  • จารึกวัดพระธาตุลำปางหลวง 2 (พ.ศ. 2382) กล่าวถึงการสร้างอาสน์สงฆ์ประดับแก้วและทองคำ พร้อมกับการสร้างทุงหินเพื่อถวายบูชา

จากจารึกทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาของเจ้านายล้านนาและประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา และความสำคัญของวัดพระธาตุลำปางหลวงในฐานะศูนย์กลางศาสนาและจิตวิญญาณของผู้คนในยุคนั้น

ปัจจุบัน วัดพระธาตุลำปางหลวง ยังคงเป็นศาสนสถานที่ได้รับความเคารพอย่างสูงจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ผู้ที่เกิดปีฉลู ซึ่งเชื่อกันว่าการมาสักการะพระธาตุในปีนักษัตรของตนจะได้รับอานิสงส์สูงสุด วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่มี เงาพระธาตุกลับหัว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากแสงสะท้อน ทำให้เงาขององค์พระธาตุปรากฏกลับหัวบนพื้นผิวภายในวิหารหลวง เชื่อกันว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุ

สิ่งก่อสร้างที่สำคัญภายในวัด ได้แก่

  • วิหารหลวง ที่เป็นศูนย์กลางของวัด และเป็นที่ตั้งของศิลาจารึก
  • พระแก้วดอนเต้า หรือ พระแก้วมรกตลำปาง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพของชาวล้านนา
  • กำแพงแก้วและซุ้มประตูโขง ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะล้านนา

วัดพระธาตุลำปางหลวง มรดกแห่งล้านนาและศูนย์กลางแห่งศรัทธา
วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นมากกว่าวัดโบราณ แต่เป็น ศูนย์กลางของพุทธศาสนาและเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของล้านนา ศิลาจารึกที่ถูกค้นพบที่นี่ช่วยให้เราเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ล้านนาในยุคต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยพญาแก้วจนถึงพระยาพุทธวงศ์ แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนาและบทบาทของวัดพระธาตุลำปางหลวงในฐานะศูนย์กลางศรัทธาของผู้คน

การศึกษาศิลาจารึกเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เรารับรู้เรื่องราวในอดีต แต่ยังเป็นบทเรียนที่สะท้อนถึง ความศรัทธาและความเสียสละของผู้คนในยุคก่อน ที่มีต่อพระพุทธศาสนา การอนุรักษ์จารึกและโบราณสถานเหล่านี้ไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบสานมรดกแห่งล้านนาสืบไป

ที่มา : https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/image_detail/21249 , https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/16150 , https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/2040

รูปภาพจาก : https://db.sac.or.th/inscriptions/uploads/images/20150612091157VZ7E.jpg  , https://db.sac.or.th/inscriptions/uploads/images/20150608094617J5nq.jpg , https://db.sac.or.th/inscriptions/uploads/images/201506101316389HWQ.jpg

ร่วมแสดงความคิดเห็น