เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2567 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.พชร์พล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.พงศกร รัศมีโรจน์สกุล รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.ปริญญา ชัยเววา ผกก.สภ.นิคมอุตสาหกรรม, พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ ผ่กก.สส.ภ.จว.ลำพูน สั่งการให้ พ.ต.ท.มรกต
ศิริชัย รอง ผกก.สส.สภ.นิคมอุตสาหกรรม, พ.ต.ท.สุริยพงศ์ ร่องสุวรรณ สว.สส.สภ.นิคมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยและชุด
สืบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรม และ ชุดสีบสวน กก.สส.ภ.จว.ลำพูน และ ชุด กก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.ภ.5 ร่วมกันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ จ.ลำพูน
สืบเนื่องจาก สภ.นิคมอุตสาหกรรม ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลรับจำนำรถฯ และคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ในพื้นที่บ้านเหมืองกวัก ม.19 ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน ชุดจับกุมฯจึงได้ออกสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งสืบพบว่า บ้าน ม.19 ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งมีนายสงกรานต์(ขอสงวนนามสกุล)เป็นเจ้าของบ้าน เป็นผู้รับจำนำรถโดยผิด
กฎหมายต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมฯ จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล และเข้าทำการตรวจค้น บ้านเลขที่ดังกล่าว จากการตรวจค้นพบรถยนต์จำนวน 5 คัน, รถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน, อาวุธปืนสั้นยี่ห้อ ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก, ปืนอัดลมยาว จำนวน 1 กระบอก, ซองบรรจุกระสุน จำนวน 3 ซอง, กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 5 นัด
นายสงกรานต์ รับว่า รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้มาจากการรับจำนำ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตฺให้จัดตั้งโรงรับจำนำ และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลแต่อย่างใด และของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดอยู่ในความครอบครองของตนเอง โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และเชิญตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งให้
พนักงานสอบสวน สภ.นิคุมอุตสาหกรรม ดำเนินคดี ในข้อหา “ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆอันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบียเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ และจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับ
อนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ.2505,ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนฺบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จึงขอความร่วมมือจากพี่น้อง
ประชาชน หากพบเห็น หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการรับจำนำโดยผิดกฎหมาย หรือการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้


ร่วมแสดงความคิดเห็น