เส้นทางอย่างโหด ยากลำบาก สู่บ้านจอปราคี

ส่องเส้นทางการช่วยเหลือผู้อพยพหนีภัย ความไม่สงบชายแดนสาละวิน บ้านอุนู และบ้านจอปราคี ในระยะทาง 109 กิโลเมตร ไม่ต่ำกว่า 20 ชม. แม่สะเรียงพร้อมให้การช่วยเหลือเต็มศักยภาพ

สภาพเส้นทางความยากลำบาก ของการเดินทางของกลุ่มจิตอาสานำส่งสิ่งของ ช่วยเหลือพี่น้องผู้อพยพหนีภัยความไม่สงบ ที่ บ้านจอปราคี ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นไปด้วยความยากลำบากหลังฝนตกหนักในพื้นที่ บางช่วงต้องใช้โซ่พันล้อรถโฟวีลขึ้น และต่อด้วยการลำเลียงสิ่งของด้วยรถจักรยานยนต์ การเดินทางของกลุ่มจิตอาสาชุดแรก ที่เข้าไปส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือ ใช้ระยะเวลาในการเดินทางเข้าไปกลับรวมไม่ต่ำกว่า 20 ชม.ในระยะทาง 109 กิโลเมตร ซึ่งในห้วงเวลาปกติจะใช้เวลาเดินทางถึง จอปร่าคี ด้วยเวลาประมาณ 8-9 ชม. ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ขับขี่ รวมถึงสภาพฟ้าฝน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ ตชด.337 และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน เข้าไปดูแลให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เตรียมพร้อมจัดระเบียบการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ตามมา

โดยก่อนหน้านี้ นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอแม่สะเรียง ได้ประชุมหารือร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครือข่ายองค์กรภาคเอกชน องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง เพื่อเร่งหาแนวทางการเข้าไปให้การช่วยเหลือผู้อพยพหนีภัยความไม่สงบทั้ง 2 จุด เนื่องจากการเดินทางในห้วงฤดูฝนเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมา ทางองค์กร TBC ได้รายงานถึงการนำอาหารและสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการเข้าไปช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบ ที่หมู่บ้านอุนู และหมู่บ้านจอปราคี ระบุ การเดินทางค่อนข้างลำบากต้องใช้รถโฟว์วิลเข้าพื้นที่ ตามด้วยใช้รถจักรยานยนต์ ขนลำเลียงต่อเข้าไปอีก 1 ชั่วโมงรวมใช้เวลาใน การเดินทางเข้าไปพื้นที่อุนูและจอปราคี เข้าไป 10 ชม.และกลับอีก 10 ชม. รวมไม่ต่ำกว่า 20 ชม.


ปัจจุบัน ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ได้เดินทาง เข้ามายังฝั่งไทย จำนวน 4,878 คน ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 4 พื้นที่ ดังนี้ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านเสาหิน ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง 3,270 คน พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านพะแข่ ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม 794 คน พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านอุนู ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จำนวน 316 คน และพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านจอปราคี ต.แม่คง อ.แม่สะ เรียง 498 คน และที่ยังตกค้างอยู่ตามแนวชายแดนฝั่งเสาหิน อีกประมาณ 800 กว่าคน ยังไม่สามารถเข้ามาได้ เนื่องจากพื้นที่รองรับมีจำกัด แต่สามารถร้องขอยาเวชภัณฑ์ หรืออาหาร ได้โดยทางฝ่ายทหารผู้ดูแลพื้นที่ชายแดน จะเป็นผู้นำส่งให้ยังพื้นที่ประชาชนที่อพยพอยู่ตามแนวชายแดน และในส่วนการรับบริจาคสิ่งของต่างๆ ต้องมอบผ่านทางกิ่งกาชาด อ.แม่สะเรียง หรือกิ่งกาชาด อ.ขุนยวมเท่านั้น เพื่อสะดวกกับการบริหารจัดการด้านการขนส่ง การจัดสรรช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ซึ่ง จ.แม่ฮ่องสอน ได้ให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมอย่างเต็มศักยภาพ ส่วนสถานการณ์ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านยังคงปะทะกันต่อเนื่อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น