การเสวนาแลกเปลี่ยนบทบาทพลเมืองกับการจัดการอากาศสะอาด

อำเภอแม่สะเรียง เปิดสัมมนาเสริมสร้างความรู้ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ส่งเสริมสิทธิและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในแม่ฮ่องสอนโซนใต้

วันที่ 30 กันยายน 2569 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธานเปิดการสัมมนา “สิทธิการเข้าถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนโซนใต้” ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย ภายใต้หัวข้อ “การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และบทบาทของประชาชนในการเข้าถึงสิทธิและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” โดยความร่วมมือของมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประเทศไทย ศูนย์สร้างสรรค์เมือง หรือ CUSC และมูลนิธิเพื่อพัฒนาแม่ฮ่องสอน หรือ MDF มีผู้นำชุมชน ตัวแทนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ และตัวแทนภาคประชาสังคมจากพื้นที่ 3 อำเภอโซนใต้เข้าร่วมกว่า 100 คน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายวรศักดิ์ พานทอง กล่าวว่า การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม และประชาชน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสะท้อนปัญหา เสนอข้อคิดเห็น และร่วมกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 3 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีบริบทเฉพาะ ทั้งสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน การตั้งบ้านเรือนที่กระจัดกระจาย และความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ อาทิ กะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ ละว้าหรือละเวือะ ไทยใหญ่หรือไต รวมถึงพี่น้องคนเมือง ซึ่งมีวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความผูกพันกับผืนป่า แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติมาอย่างยาวนาน

ขณะเดียวกัน พื้นที่ดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทาง การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการสาธารณสุข สัญญาณโทรศัพท์ และโครงสร้างพื้นฐานในบางพื้นที่ ส่งผลต่อโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ ข้อมูลเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่องทางการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน สำหรับปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม การจัดการปัญหาจำเป็นต้องคำนึงถึงความซับซ้อนของพื้นที่ รวมถึงวิถีชีวิตด้านการเกษตรของประชาชนที่อยู่ร่วมกับป่ามาเป็นเวลานาน เช่น การทำไร่หมุนเวียน การปลูกข้าวโพด และพืชชนิดอื่น ซึ่งในบางขั้นตอนอาจมีความจำเป็นต้องใช้ไฟในการจัดการเชื้อเพลิงหรือเตรียมพื้นที่

นายอำเภอแม่สะเรียงได้เน้นย้ำว่า โจทย์สำคัญของร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดและมาตรการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงการลดการใช้ไฟเท่านั้น แต่คือการออกแบบแนวทางที่สามารถคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการเข้าใจวิถีชีวิต ความจำเป็นในการประกอบอาชีพ และภูมิปัญญาการจัดการทรัพยากรของชุมชนอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ แนวทางหรือมาตรการในอนาคตควรมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยอาศัยข้อมูลทางวิชาการ ความรู้ของชุมชน การมีส่วนร่วมของประชาชน และการสนับสนุนทางเลือกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อให้การดูแลอากาศสะอาดเป็นไปอย่างเป็นธรรมและไม่สร้างภาระเกินสมควรแก่ประชาชน

ร่วมแสดงความคิดเห็น