เทศบาลเมืองแพร่ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา “ตักบาตรบนเมก” ทุกวันพุธ

วันพุธที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 07.00 น. นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพร่ ผู้อำนวยการกองการศึกษา เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พนักงานเทศบาล ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูโรงเรียนเทศบาลวัดเหมืองแดง รองนายกเหล่ากาชาด สโมสรไลออนส์แพร่ สโมสรโรตารีแพร่ สโมสรโรตารีเวียงโกศัย สโมสรฟุตบอลแพร่ยูไนเต็ด ชมรมร้านอาหารแผงลอย คณะศรัทธาสาธุชนและคณะนักท่องเที่ยวจากจังหวัดชลบุรี ร่วมทำบุญตักบาตรบนเมก ณ บริเวณประตูชัยกำเเพงเมืองแพร่ (เมก)

จากนั้นได้รับฟังคติธรรมจากคณะพระสงฆ์วัดเมธังกราวาส (น้ำคือ) ความว่า ในอดีตสมัยพระเจ้าพรหมทัต มีเศรษฐีคนหนึ่งคิดว่าการที่ตนเองมีอันจะกิน ร่ำรวยเงินทอง เป็นเพราะบุญนำกรรมแต่ง คิดว่าชาติที่แล้วทำบุญมามาก ก็เลยคิดที่จะทำบุญต่อไป โดยจัดโรงทานขึ้นมา 6 แห่ง อยู่ที่ประตูเมือง 4 แห่ง 4 ทิศ อยู่ที่กลางเมือง 1 แห่ง และอยู่ที่หน้าบ้านตนเอง 1 แห่ง แล้วบอกกับลูกว่าต้องทำตามประเพณีไว้อย่าได้ขาด พอเศรษฐีคนนี้ล่วงลับไป และไปเกิดเป็นท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) อยู่บนชั้นสวรรค์ดาวดึงส์ ส่วนลูกๆ ก็ทำตามประเพณีของตระกูลสืบต่อมา หลังจากนั้นแต่ละรุ่นลูกๆ ก็ไปเกิดเป็นสุริยเทพบุตร จันทเทพบุตร มาตรีเทพบุตร ปัญจสิขรเทพบุตร ตามลำดับ พอมาถึงรุ่นโกสิยเศรษฐีกลับให้ยกเลิกโรงทานทั้ง 6 แห่ง เป็นเศรษฐีขี้เหนียวมาก แม้แต่ลูกกับภรรยาจะกินอะไรก็ไม่ได้กิน

ครั้นตัวเองจะไปเข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตก็คิดจะชวนเศรษฐีผู้เป็นเพื่อนไปด้วยพอไปถึงบ้านเพื่อน เห็นเพื่อนนั่งทานปลาย่างเพื่อนก็ชวนทาน แต่คิดในใจว่าถ้าเราทานอาหารเข้าไป พอเพื่อนจะไปหาที่บ้านก็ไม่อยากจะเสียทรัพย์สมบัติเพื่อทำอาหารให้เพื่อนตอบแทน หลังจากเข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตเสร็จ ระหว่างเดินทางกลับบ้านก็นึกถึงปลาย่างตลอดเวลา พอกลับถึงบ้านก็ไม่พูดไม่จาเข้าห้องปิดประตูเงียบ จนภรรยาถามว่าเป็นอะไรเศรษฐีโกสิยบอกว่าอยากทานข้าวปลาย่าง แต่ไม่อยากเสียทรัพย์สมบัติอะไรไม่เลี้ยงใครแม้แต่ภรรยา แล้วก็ให้ภรรยาเตรียมข้าวของแล้วเอาไปกินในป่าคนเดียวกลัวคนอื่นเห็น จากนั้นท้าวสักกเทวราชก็แปลงกายเป็นมนุษย์มาขอข้าวกิน แต่เศรษฐีโกสิยก็ไม่ให้ “เราจะกินคนเดียว” ท้าวสักกเทวราชก็โกรธ แปลงกายเป็นสุนัขตัวใหญ่ไล่กัดเศรษฐีโกสิยจนกลัว แล้วก็แปลงกายกลับมาเป็นท้าวสักกเทวราช บอกว่าเป็นต้นตระกูลของเรา เป็นทวดของเจ้า “เจ้าจะมาล้มประเพณีให้ทานไม่ได้” เพราะลูกหลานของเราทำตามประเพณีจนเกิดเป็นเทพบุตรกันหมด เจ้าจงทำตามประเพณีให้ทาน พอล่วงลับไปแล้วจะได้เกิดมาเป็นเพพบุตร ไม่ต้องประสบทุกข์ทุกภพทุกชาติ

ตั้งแต่นั้นมาเศรษฐ๊โกสิยก็ให้ทานไปตลอดชีวิต และพอล่วงลับไปก็ไปเกิดเป็นเทพบุตร ที่เล่าให้ฟังเพราะคนโบราณทำทานเพื่อลดความตระหนี่ถี่เหนียวอยู่ในจิตในใจ ถ้าเรามีความเห็นแก่ตัวมีความเห็นแก่ได้ คนรอบตัวก็ไม่อยากจะคบค้าสมาคมด้วย ถ้าใครมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเมตตา ก็มีแต่คนอยากคบค้าสมาคมด้วย นี่คือบุญกรรมที่เห็นได้ชัดเจนในชาตินี้ และถ้าหากนรกกับสวรรค์มันมีจริง เราก็จะได้ไม่ต้องไปประสบทุกขเวทนาอยู่ในนรก เราจะได้เกิดเป็นเทพบุตรเทพธิดาอยู่บนสวรรค์ นี่คือความคิดของครูบาอาจรย์สมัยก่อนนั่นเอง พร้อมกันนี้ได้นั่งสมาธิเป็นเวลาประมาณ 1 นาที เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่เด็กและผู้ที่ล่วงลับในเหตุการณ์สะเทือนขวัญในจังหวัดหนองบัวลำภูด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น