เทียนพรรษา ร.ร.บ้านวาเล่ย์ แห่มิก-29 ของเมียนมา พร้อมนักบิน

เทียนพรรษา ร.ร.บ้านวาเล่ย์ แห่มิก-29 ของเมียนมา พร้อมนักบิน ที่ล้ำน่านฟ้าไทย ชายแดน อ.พบพระ จ.ตาก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.ค.2565 นางอมรรัตน์ พรหมขัติแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ได้นำนักเรียนของโรงเรียนที่มีระดับปฐมวัยถึงมัธยมต้น ร่วมกันแห่เทียนเข้าพรรษาไปยังวัดวาเล่ย์ใต้ และวัดวาเล่ย์เหนือ รวม 2 วัด ซึ่งมีการตกแต่งเทียนพรรษาไว้บนรถปิคอัพ แต่ที่น่าสนใจคือ ได้แต่งรถขบวนเทียนพรรษาด้วยเครื่องบิน มิก-29 ติดอาวุธระเบิดพร้อม ทำจากโฟมแกะสลักเป็นเครื่องบินแล้วทาสีฟ้าลายพรางทหาร เห็นเด่นชัดอยู่ด้านหน้าของเทียนพรรษา และเด็กๆ 3 คน แต่งชุดทหาร 1 คน แต่งชุดนักบิน รบ F-16 จำนวน 1 คน และแต่งชุดตำรวจ อีก 1 คน กิจกรรมแห่เทียนดังกล่าว นักเรียนตั้งขบวนแต่งชุดไทยฟ้อนรำไปตามถนนให้ผู้ปกครองได้ชม เพื่อสืบสานประเพณีทำบุญแห่เทียนเข้าพรรษา ทาง นายก อบต.วาเล่ย์ นำข้าราชการและพนักงาน อบต.ร่วมทำบุญกับคุณครูและนักเรียนทั้ง 2 วัดดังกล่าวด้วยเช่นกัน

นางอมรรัตน์ พรหมขัติแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมที่ตกแต่งรถขบวนเทียนพรรษามีเครื่องบินรบ มิก-29 มีนักเรียนแต่งชุดทหาร ตำรวจ และชุดนักบิน ต้องการสร้างบรรยากาศเพื่อให้คลายเครียดเท่านั้น คุณครูและนักเรียนได้ร่วมมือกันทำขึ้นมา ไม่มีเจตนาอื่น พอขบวนแห่ผ่านหมู่บ้าน ผู้ปกครองนักเรียนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส และชื่นชอบมาถ่ายภาพเก็บไว้กันจำนวนมาก เพราะเข้ากับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นมาในหมู่บ้าน เพราะหมู่บ้านเราได้เห็นของอะไรแปลกใหม่ เห็นเครื่องบินเมียนมาบินให้เห็นในบ้านเรา บินผ่านโรงเรียนถึง 3 รอบ และรอบที่ 3 ได้ยินเสียงปืนอีกด้วย จนมีรถยนต์ชาวบ้านเสียหายจากอาวุธดังกล่าว

ผอ.โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ บอกอีกว่า “หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น เมื่อเวลา 11.40 น. เด็กๆกำลังกินข้าวเที่ยง ของวันที่ 30 มิ.ย.2565 หลังจากวันนั้นเป็นตนมาถึงวันนี้ ก็พอจะนอนหลับได้สนิทบ้าง เมื่อช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เพราะเสียงปืนเสียงระเบิดเงียบไปบ้างแล้ว แต่ได้ยินเสียงสู้กันอยู่บ้าง ดังอยู่ไกลๆ แต่ก็พอนอนหลับได้แล้ว ตนคิดว่าการสู้รบน่าจะยิงกันบริเวณชายแดนไทยบ้าน อ.ช่องแคบ อ.พบพระ ห่างออกไปไกลหมู่บ้านวาเล่ย์แล้ว ก็ขอให้สงครามสงบโดยเร็ว” ผอ.โรงเรียนวาเล่ย์ กล่าว

รายงานข่าว แจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2565 ที่บ้านวาเลย์ อ.พบพระ จ.ตาก เกิดเหตุการสงครามชายแดน และเครื่องบิน มิก-29 เครื่องบินติดอาวุธของประเทศเมียนมาได้ล้ำน่านฟ้าไทย อ้อมถล่มฐานกะเหรี่ยง ในช่วงการสู้รบปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมา (ทัตมาดอวส์) กับกองกำลังกะเหรี่ยง ทางทหารเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบ ซู.29 หรือเครื่องบินมิก-29 ซึ่งสั่งซื้อมาจากรัสเซีย บินล้ำแดนไทย 1 ลำ บริเวณบ้านวาเล่ย์ใต้และบ้านวาเล่ย์เหนือ ประมาณ 4-5 กิโลเมตร นาน 17 นาที มองเห็นเครื่องบินมิก-29 อ้อมไปยิงจรวดใส่ที่มั่นฝ่ายกะเหรี่ยง ใช้การบินอ้อมถึง 3 รอบ

เสียงระเบิดทำให้ราษฎรหมู่บ้านวาเล่ย์ทั้ง 2 หมู่บ้านแตกตื่น ชาวบ้านต่างหนีลงหลุมหลบภัยกันจ้าละหวั่น ทางโรงเรียนวาเล่ย์เหนือ ได้กดออกสัญญาณให้นักเรียนหนีเข้าไปยังอาคารหลุมหลบภัยของโรงเรียน ก่อนจะสั่งให้เลิกเรียนทันที ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังทำให้บ้านเรือนชาวไทย 2 หมู่บ้านได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดและอาวุธปืน ยิงถูกรถยนต์และแรงระเบิดทำให้บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก

สำหรับโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพเมียนมา มีแม่น้ำเมยเป็นแนวเขตแดนไทยกับเมียนมา เริ่มเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2497 เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น