กกต.คลอดระเบียบ ห้าม ครม.เอาเปรียบตอนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกต้ัง ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบคุลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกต้ัง พ.ศ. 2563.ซึ่งในระเบียบดังกล่าวได้กำหนดประเด็นสำคัญ 7 ข้อ ที่ กกต.กำหนดให้ ครม.รักษาการระหว่างการยุบสภาปฏิบัติ เพื่อมิให้เอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง ดังนี้. ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ โดยการกำหนดนโยบาย โครงการ แผนงาน. ห้ามจัตให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ นอกเหนือจากการประชุมตามปกติ ห้ามกำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการประชุม อบรม หรือสัมมนาบุคลากรของรัฐหรือเอกชน โตยใช้เงินงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ หรือเงินของกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่โดยอาจให้มีการแจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ห้ามกำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการอนุมัติ โอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย ของหน่วยงานของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้หน่วยงานของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ทำการแจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ประชาชน ห้ามกำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการแจกจ่าย หรือจัดสรรทรัพยากรของรัฐ ให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด โดยไม่มีเหตุอันสมควร ห้ามใช้พัสตุหรือเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากหน่วยงานของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่น คลื่นความถี่ หรือเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือใช้งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานของรัฐ สัญญาณยุบสภา !! กกต.คลอดระเบียบการเลือกตั้ง.

สภาล่มสะเทือนพปชร. !! “มาดามเดียร์” ลาออกจาก ส.ส.

วันที่ 16 ส.ค.2565 น.ส.วทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า เมื่อสภาที่ควรเป็นที่พึ่งให้ประชาชน กลับเล่นเกมการเมือง ทำลายศรัทธาประชาชน ไม่สามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนที่ฝากความหวังให้ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว ผู้แทน ปวงชนก็ไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบ เดียร์ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอพิจารณาตนเองตัดสินใจลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่และการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐจากวันแรกที่เดียร์ก้าวเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐภายใต้อุดมการณ์ที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ทั้งๆที่ประเทศเรามีต้นทุนที่ดี เป็นแหล่งในการผลิตอาหารของโลก มีภาคการเงินที่เข้มแข็ง เอกชนที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ทว่าในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเรากลับติดหล่มปัญหาทางการเมืองจากความขัดแย้งภายในประเทศ การพัฒนาประเทศจึงเป็นไปได้ช้าและยากเพราะเหตุจากการขาดเสถียรภาพทางการเมืองของเราเอง ภายหลังจากที่กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ ประเทศไทยกลับเข้าสู่บรรยากาศนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง แม้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 จะมีเนื้อหาบางส่วนที่กลายเป็นข้อถกเถียงสำหรับผู้คนในสังคม กระทั่งหลายคนออกมาวิจารณ์ถึงการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศช่วงเวลานั้นก็คือ “อำนาจสูงสุดกำลังเริ่มต้นนับหนึ่งกลับคืนสู่มือของประชาชนอีกครั้ง” เสียงของประชาชนที่เคยแผ่วเบาลงไปในช่วงเวลาหนึ่งกำลังจะกลับมาดังขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจกากบาทเลือก ส.ส.ที่เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนของตนเอง แม้กติกาจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรแต่ “เดียร์ยังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่สุดท้ายแล้วจะสามารถคัดกรอง พร้อมทั้งสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นได้ในที่สุด” และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เดียร์ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วยการลงสมัครเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 19 เพื่อสร้างพรรคทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ออกจากวังวนของความขัดแย้งระหว่างพรรคใหญ่ 2 ขั้วเดิม ทว่านับตั้งแต่วันแรกของการเปิดประชุมรัฐสภา 22 พฤษภาคม 2562 จนกระทั่งวันนี้ 16 สิงหาคม […]

พรรคก้าวไกล เปิดตัว ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่-ลำพูน

พรรคก้าวไกล NEXT เปิดตัว ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่-ลำพูน หนุนกำนัน-ผญบ.มีบทบาทการเมืองไทยไม่ขึ้นอยู่กับกระทรวง ให้อยู่กับท้องถิ่น เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 9 ส.ค.2565 ที่ห้องวีรวรรณ ชั้น 2 โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ถนนคลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ. เชียงใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หน.พรรคก้าวไกล พร้อมนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการฯ และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน พร้อมแคมเปญก้าวไกล next เพื่อต้องการให้ชาวเชียงใหม่มาร่วมกันออกแบบพรรคก้าวไกลและเขียนอนาคตประเทศไทย เพราะพรรคก้าวไกลไม่เป็นของคนใดคนหนึ่งแต่พรรคก้าวไกลเป็นของทุกคน บรรยากาศเริ่มต้นโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หน.พรรคก้าวไกล กล่าวทักท้ายสมาชิกพรรค และเกิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ จำนวน 9 เขต ขาดอีก 2 เขต ซึ่งประกอบด้วย เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู รับผิดชอบ […]

อุนทิน พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี หากปชช.หนุน

7 สิงหาคม 2565 ที่ลานตากพืช สำนักงานขนส่ง อำเภอ โคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และคณะผู้บริหารพรรค ได้เดินทางมาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ประกอบไปด้วย นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช, นายนรินทร์ คลังผา และนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ มี ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 5 พันคน . นายอนุทิน กล่าวว่า ดีใจอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนจังหวัดลพบุรี และมีประชาชนต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.ในจังหวัด 2 คน เราพยายามทำงานตอบแทนความไว้ใจของท่าน ให้เห็นเป็นรูปธรรมทั้งมิติ การสาธารณสุข การคมนาคม การท่องเที่ยว ไปจนถึงในภาคการศึกษา อาทิ การสร้างตึกอุบัติเหตุ แก่โรงพยาบาลชัยบาดาล การซ่อมสร้างพัฒนาถนนหนทางเป็นต้น ที่ผ่านมา […]

สว.สมชายคาด สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จบที่สูตรหาร 100

วันที่ 4 ส.ค. นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเพจเฟซบุคของตนเอง โดยระบุว่า “มีคนสงสัยถามว่า พรบเลือกตั้งสสจะจบที่สูตร500หรือ100? ตามเกมส์การเมืองในสภาขณะนี้ น่าจะเห็นเค้าลางคำตอบชัดเจนว่า หาร100 หลังวันที่15สคนี้ เพราะสภาล่มต่อเนื่องด้วยเหตุที่ฝ่ายอยากได้หาร100 สบช่องทางเดินใหม่ตามคาดแล้ว กล่าว คือรัฐธรรมนูญมาตรา132(1)…………ถ้าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่างที่เสนอตามมาตรา 131 ซึ่งหมายความว่า รัฐสภาทำหน้าที่พิจารณาไม่เสร็จในวันที่ 15 สค นี้ ต้องถือว่า สภายอมเห็นชอบตามร่างที่เสนอเข้าสู่สภาในวาระที่1 ตามมาตรา131 ซึ่งมี4ร่างคือร่าง ครม ร่างพรรคพปชร ร่างพรรคเพื่อไทย และพรรคร่างก้าวไกล ซึ่งทุกร่างใช้สูตรหาร100 ส่วนจะนำร่างใดส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้านั้น คงไม่ใช่หน้าที่ที่จะให้ความเห็นของแล้ว ครับ เพราะในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาพรปเลือกตั้งสคราวนี้ ถือว่าได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว แม้จะไม่สมบูรณ์ เพราะขบวนการล่มสภา ซึ่งก็พูดไม่ออกครับ สงสารท่านแระธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย อาจารย์ทางกฎหมายที่ผมเคารพอย่างยิ่ง ต้องอดทนอดกลั้นนั่รอขอคะแนนสมาชิกทีละคนทีละมาตรา นานครั้งละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง”

รบ.ไม่มีแผนตั้งรับ หลังฝ่ายค้านยื่นตีความ 8 ปีนายกฯ

วันที่ 1 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลไม่ได้ส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่หากใครมีข้อสงสัยก็สามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ซึ่งทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นตีความในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ โดยรัฐบาลไม่กังวล เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจง รัฐบาลก็ต้องพร้อมชี้แจงความเห็น ส่วนประเด็นนี้จะใช้เวลาพิจารณานานหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าไม่น่านาน เพราะเป็นเรื่องข้อกฎหมายล้วนๆ ไม่ใช่ปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่ต้องสืบพยาน ขณะเดียวกันประเด็นนี้ ส่วนตัวไม่เคยตอบว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีไม่เคยหารือในเรื่องนี้ และไม่เคยตั้งทีมขึ้นมาศึกษา หากจะมีการตั้งทีมขึ้นมาก็เป็นเรื่องของสภา พร้อมกันนี้ย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งรับอะไร รอให้ศาลรัฐธรรมนูญทำหนังสือมา ถ้าหากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 82 ส่วนหากมีการยื่นตีความ นายกรัฐมนตรีจะต้องยุติการปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะสั่งให้ยุติการปฎิบัติหน้าที่หรือไม่

นายกฯ มั่นใจสามารถตอบคำถามอภิปรายได้

นายกฯ มั่นใจ รัฐบาลสามารถชี้แจงตอบคำถาม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทุกประเด็น วันนี้ (18 กรกฎาคม 2565) เวลา 11.20 น. ณ ทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. ได้หารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ โดยมีเรื่องที่สำคัญคือ การอนุมัติงบเงินกู้ที่เหลืออยู่เกี่ยวกับด้านสาธารณสุข ซึ่งมีวงเงินเหลืออยู่ไม่มากนัก จำเป็นต้องรักษาไว้และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมนี้ ในส่วนของงบกลางนั้นสำหรับเตรียมการรับมือสถานการณ์อุทกภัย และเรื่องอื่น ๆ ที่มีความสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงท้ายของปีงบประมาณ รัฐบาลจำเป็นต้องใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มีการพูดคุยหารือกับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค พรรคร่วมรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี โดยขอให้ทุกคนเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ให้มีความชัดเจน เพื่อชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถชี้แจงตอบคำถามได้ในทุกประเด็น ซึ่งในการชี้แจงนั้นนายกรัฐมนตรีจะพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นข้อเท็จจริง พูดในเรื่องที่ไม่มีความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน หรือความเสียหายต่อประเทศชาติ เพื่อไม่ให้มีผลในเรื่องความสัมพันธ์ต่างประเทศด้วย ต้องระมัดระวังอย่างที่สุดในการอภิปรายในครั้งนี้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ยังอยู่ในท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ขอให้ดูสถานการณ์ต่างประเทศด้วย ทั้งในอาเซียนและภูมิภาคอื่น […]

กกต.คลอดระเบียบ ห้าม ครม.เอาเปรียบตอนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกต้ัง ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบคุลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกต้ัง พ.ศ. 2563.ซึ่งในระเบียบดังกล่าวได้กำหนดประเด็นสำคัญ 7 ข้อ ที่ กกต.กำหนดให้ ครม.รักษาการระหว่างการยุบสภาปฏิบัติ เพื่อมิให้เอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง ดังนี้. ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ โดยการกำหนดนโยบาย โครงการ แผนงาน. ห้ามจัตให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ นอกเหนือจากการประชุมตามปกติ ห้ามกำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการประชุม อบรม หรือสัมมนาบุคลากรของรัฐหรือเอกชน โตยใช้เงินงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ หรือเงินของกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่โดยอาจให้มีการแจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ห้ามกำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการอนุมัติ โอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย ของหน่วยงานของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้หน่วยงานของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ทำการแจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ประชาชน ห้ามกำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการแจกจ่าย หรือจัดสรรทรัพยากรของรัฐ ให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด โดยไม่มีเหตุอันสมควร ห้ามใช้พัสตุหรือเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากหน่วยงานของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่น คลื่นความถี่ หรือเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือใช้งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานของรัฐ สัญญาณยุบสภา !! กกต.คลอดระเบียบการเลือกตั้ง.

สภาล่มสะเทือนพปชร. !! “มาดามเดียร์” ลาออกจาก ส.ส.

วันที่ 16 ส.ค.2565 น.ส.วทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า เมื่อสภาที่ควรเป็นที่พึ่งให้ประชาชน กลับเล่นเกมการเมือง ทำลายศรัทธาประชาชน ไม่สามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนที่ฝากความหวังให้ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว ผู้แทน ปวงชนก็ไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบ เดียร์ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอพิจารณาตนเองตัดสินใจลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่และการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐจากวันแรกที่เดียร์ก้าวเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐภายใต้อุดมการณ์ที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ทั้งๆที่ประเทศเรามีต้นทุนที่ดี เป็นแหล่งในการผลิตอาหารของโลก มีภาคการเงินที่เข้มแข็ง เอกชนที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ทว่าในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเรากลับติดหล่มปัญหาทางการเมืองจากความขัดแย้งภายในประเทศ การพัฒนาประเทศจึงเป็นไปได้ช้าและยากเพราะเหตุจากการขาดเสถียรภาพทางการเมืองของเราเอง ภายหลังจากที่กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ ประเทศไทยกลับเข้าสู่บรรยากาศนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง แม้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 จะมีเนื้อหาบางส่วนที่กลายเป็นข้อถกเถียงสำหรับผู้คนในสังคม กระทั่งหลายคนออกมาวิจารณ์ถึงการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศช่วงเวลานั้นก็คือ “อำนาจสูงสุดกำลังเริ่มต้นนับหนึ่งกลับคืนสู่มือของประชาชนอีกครั้ง” เสียงของประชาชนที่เคยแผ่วเบาลงไปในช่วงเวลาหนึ่งกำลังจะกลับมาดังขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจกากบาทเลือก ส.ส.ที่เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนของตนเอง แม้กติกาจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรแต่ “เดียร์ยังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่สุดท้ายแล้วจะสามารถคัดกรอง พร้อมทั้งสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นได้ในที่สุด” และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เดียร์ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วยการลงสมัครเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 19 เพื่อสร้างพรรคทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ออกจากวังวนของความขัดแย้งระหว่างพรรคใหญ่ 2 ขั้วเดิม ทว่านับตั้งแต่วันแรกของการเปิดประชุมรัฐสภา 22 พฤษภาคม 2562 จนกระทั่งวันนี้ 16 สิงหาคม […]

พรรคไทยชนะลุย จัดตั้งสาขาพรรคภาคกลาง

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2565 เวลา 9.00น. พรรคไทยชนะลุย จัดตั้งสาขาพรรคภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตเลือกตั้งที่ 1 ณ ศาลาริมน้ำ หมู่ที่ 5 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยยึดหลักแนวคิดพรรคการเมืองสายกลาง มุ่งก้าวข้ามความขัดแย้ง เป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง ซี่งได้รับการต้อนรับจากพี่น้องชาวอยุธยาอย่างอบอุ่น โดยที่ประชุมมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสาขา จำนวน 10 ท่าน ดังรายชื่อต่อไปนี้ 1.นางสาววัลลยา ศิลป์วชัยหัวหน้าสาขาพรรค2.นางนพคุณ ปาวิไลเลิศรองหัวหน้าสาขาพรรค3.นายธนกฤต กิตติธรรมกูลรองหัวหน้าสาขาพรรค4.นางสาวกัญญภัค บุญญสิทธิ์เลขานุการสาขาพรรค5.นางละมุน พรหมบุตรรองเลขานุการสาขาพรรค6.ว่าที่ รต.กิตติศักดิ์ เขนยทองเหรัญญิกสาขาพรรค7.นายรัชพล กิตติธรรมกุลนายทะเบียนสาขาพรรค8.นายไชยกร พรหมบุตร9.นายอิมรอน แสงจันทร์กรรมการสาขาพรรค10.นางสาวพิมพ์ปวีน์ สิงห์ทองกรรมการสาขาพรรค ซึ่งถือเป็นการจัดตั้งสาขาพรรค ครบตามเกณฑ์ พรบ พรรคการเมือง โดยพรรคไทยชนะมีเป้าหมายส่งผู้ลงสมัคร ส.ส. ครบทั้งหมด 400 เขต ทั้งนี้ได้มีคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมประชุม ประกอบด้วยนายจักพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะนายโกศล หกสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคนายประสงค์ […]

“วรวัจน์” ชี้สิ้นสุดสืบทอดอำนาจเผด็จการ

“วรวัจน์” ชี้ในที่สุด สิ้นสุดการสืบทอดอำนาจเผด็จการจากการปฏิวัติ เฟซบุ๊ค วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรมว.ศึกษาธิการแดนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟชบุ๊คส่วนตัวเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 11 ส.ค.65 ว่า ในที่สุด ก็สิ้นสุดการสืบทอดอำนาจเผด็จการจากการปฏิวัติรัฐประหาร23พค57เนื่องจาก..มีการเขียนรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เองชัดเจนเพื่อกีดกันอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ให้มีใครกลับมาเป็นต่อเนื่องได้อีก ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีจะอยู่ได้เพียง8ปีไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่!!! ตอนนี้..ถึงแม้จะมีความเพียรพยายามใช้กลเม็ดเด็ดพลาย เท่าไหร่ก็ตาม แต่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนเมื่อความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า..ประเทศ เสียโอกาสมามากแล้ว และนายกรัฐมนตรีจะอยู่ได้เพียง 24 สิงหาคมเที่ยงคืนของวันที่ 23สิงหาคมก็จะเป็นวันที่สิ้นสุด การแสดงละครเอาใจว่าท่านนายกฯจะยังคงมีอำนาจอยู่ ..ก็คงจะมีอีกเพียงไม่กี่วัน!!! เมื่อถึงวันที่ 24สิงหา อำนาจสิ้นสุดลง!!!ก็เหมือนคนที่เกษียณแล้วคือคงต้องจบสิ้น พอกันที อาจจะมีพวกที่ได้ประโยชน์คอยเหนี่ยวรั้งแต่ก็คงไม่สามารถทำได้ วันนี้ เป็นวันที่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการแล้วมันก็จะต้อง จบลงเสียที !!!! มนุษย์ทุกคนมีความ เป็นธรรมอยู่ในใจอะไรที่ เป็นความไม่ถูกต้องถึงแม้คิดก็อยากจะได้อย่างไรก็ตามแต่ความละอายต่อบาป ก็ยังคงมีอยู่โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้แทนราษฎร ของประชาชนที่ท่านจะต้องเข้าใจ และจะไม่ฝืนกระแสตัดสินใจของประชาชนเพราะท่านจะต้องเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่ประชาชนเป็นคนตัดสิน ถ้าฝืนอุ้ม และไม่ตรงกับที่ประชาชนคิดประชาชน ก็จะคิดว่าท่านเห็นแก่ตัวเองมองไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชนและวันนั้นความเจ็บปวดที่ถูกประชาชนมองข้ามและไม่ไว้วางใจให้ท่านเป็นผู้แทนราษฎร ก็จะทำให้ท่านเจ็บปวดมากในที่สุด วันนี้ไม่ควรต้อง คิดแล้วว่าจะให้สืบทอดอำนาจกันอย่างไร ควรจะมองถึงการตั้งรัฐบาลใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนมากกว่า หรือถ้ามีคนบางคนอยากจะยื้อเวลาให้อยู่ต่อ ให้นานที่สุด………การยุบสภาก็จะต้องมาถึงก่อนวันที่ 24 สิงหาคม!!ประชาชน ก็จะพ้นทุกข์ ได้เร็วขึ้น […]

ล้มสูตรหาร 500 เหมือนกางข้อศอกวิ่งแข่ง

“รฎาวัญหัวหน้าพรรคเสมอภาค” มองเกมการเมืองในสภา ฝ่ายที่ล้มสูตรหาร 500 เหมือนกางข้อศอกวิ่งแข่ง เพื่อกันและกระแทกคู่แข่งให้ตัวเองชนะครองแชมป์แต่เพียงผู้เดียว นางรฎาวัญ(ลดาวัลลิ์) วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าวว่า จากการติดตามข่าวสารการประชุมรัฐสภาที่มีทั้งสมาชิกวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล พิจารณาร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ….. ที่มีการเล่นเกมนับองค์ประชุมตามที่เห็นจากบรรยากาศการประชุม จนทำให้องค์ประชุมไม่ครบหรือที่เรียกกันว่า”สภาล่ม”สมความตั้งใจของฝ่ายที่ไม่เอาสูตรหาร500 คงคิดว่าถ้าใช้สูตรหาร500 จะทำให้มีพรรคเกิดใหม่อีกหลายพรรคมาตัดคะแนนแย่งฐานเสียงของตนเอง จนเกิดข่าวลือ ข่าวรั่วออกมาก่อนวันประชุมว่ามีการดีลลับกันสองพรรคใหญ่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมืองกัน ซึ่งจะจริงเท็จอย่างไรประชาชนคงรู้เท่าทันดี และคงคิดว่าการใช้สูตรหาร100 จะทำให้พรรคตั้งใหม่ได้ ส.ส.ยากขึ้น พรรคใหญ่ พรรคที่ก่อตั้งมานานก็จะไม่มีคู่แข่งมาตัดคะแนนมาแย่งฐานเสียง สร้างความเสียหายกระทบพรรคของตนเอง ก็จะสามารถผูกขาดอำนาจ บทบาทหน้าที่การเมืองไว้เฉพาะพวกตนเท่านั้น หัวหน้าพรรคเสมอภาคกล่าวอีกว่า พฤติกรรมการแสดงออกในที่ประชุมรัฐสภาครั้งนี้ ถูกวิจารณ์ว่าบ่งบอกถึงความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองที่ไม่เปิดกว้าง ไม่ส่งเสริมไม่สนับสนุนให้ประชาชนที่มีแนวนโยบายใหม่ๆ ได้รับสิทธิ์ได้รับโอกาสเข้าสภาฯตามครรลองประชาธิปไตยได้ไม่ยากนัก เพื่อผลักดันกฎหมาย ผลักดันนโยบายที่ดีให้เกิดขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติหลากหลายแนวทางมากกว่าแนวทางเดิมๆที่เป็นอยู่ เพราะกติกาที่สร้างความยากลำบากกว่าจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแต่ละคนต้องใช้คะแนนเสียงมากกว่า 350,000 คะแนน ในขณะที่ ส.ส.ระบบเขตไม่กำหนดว่าจะต้องได้กี่คะแนนเสียงโดยตัดสินที่คะแนนสูงอันดับหนึ่งซึ่งมีหลายคนได้เป็น ส.ส.ด้วยคะแนนไม่ถึง 50,000 คะแนน นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า การเล่นเกมจนสภาฯล่ม เพื่อให้กลับไปใช้สูตรหาร100 ปิดทางใช้สูตรหาร500 นั้น เปรียบเสมือน […]

​(มีคลิป) “ก้าวไกล” ยันกำนัน-ผญบ. มีความสำคัญต่อท้องถิ่น

ก้าวไกล NENT เชียงใหม่ “พิธา” ยันกำนัน-ผญบ.มีความสำคัญ​ ต้องอยู่คู่กับท้องถิ่น วันที่​ 9 ส.ค. 2565​ ที่ห้องวีระวรรณ​ รร.เชียงใหม่ภูคำ​ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์​ เดินทางมาร่วมกิจกรรมแคมเปญ​ก้าวไกล NENT เพื่อพบปะกับว่าที่ผู้สมัครในเขตภาคเหนือ​ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่​ ลำพูนและลำปาง​ เป็นการร่วมกำหนดทิศทางความต้องการของประชาชนเป็นนโยบายของพรรคในอนาคต ใจความสำคัญประชาชนต้องการอะไร​ อยากให้พรรคทำอะไร​ จะได้สนองตอบความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง​ พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร​ ส.ส.ในนามพรรคก้าวไกล​ จ.เชียงใหม่​ จำนวน​ 9 ​คน​ เขต 1​ เพชรรัตน์​ ใหม่ชมภู​ เขต 2​ การณิก​ จันทดา​ เขต 3​ ณัฐพล​ โตวิจักษณ์ชัยกุล​ เขต 4​ พุธิดา​ ชันอนันต์​ เขต 5​ สมชิด​ กันธะยา​ เขต 6​ อรพรรณ จันตาเรือง​ เขต 7​ […]

พรรคก้าวไกล เปิดตัว ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่-ลำพูน

พรรคก้าวไกล NEXT เปิดตัว ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่-ลำพูน หนุนกำนัน-ผญบ.มีบทบาทการเมืองไทยไม่ขึ้นอยู่กับกระทรวง ให้อยู่กับท้องถิ่น เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 9 ส.ค.2565 ที่ห้องวีรวรรณ ชั้น 2 โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ถนนคลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ. เชียงใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หน.พรรคก้าวไกล พร้อมนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการฯ และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน พร้อมแคมเปญก้าวไกล next เพื่อต้องการให้ชาวเชียงใหม่มาร่วมกันออกแบบพรรคก้าวไกลและเขียนอนาคตประเทศไทย เพราะพรรคก้าวไกลไม่เป็นของคนใดคนหนึ่งแต่พรรคก้าวไกลเป็นของทุกคน บรรยากาศเริ่มต้นโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หน.พรรคก้าวไกล กล่าวทักท้ายสมาชิกพรรค และเกิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ จำนวน 9 เขต ขาดอีก 2 เขต ซึ่งประกอบด้วย เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู รับผิดชอบ […]

ชาวเมียนมาร์ในไทย จุดเทียน วันชนเผ่าพื้นเมืองโลก

วันชนเผ่าพื้นเมืองโลก ชาวพม่าในประเทศไทยรวมตัวจัดกิจกรรม ปลอดปล่อยเมียนมาร์ และชาวต่างชาติ กว่า 300 คนจุดเทียนและชูสามนิ้ว วันที่ 9 ส.ค.เวลา 17.00 น.จัดกิจกรรม ปลดแอกชาติพันธุ์ ชำระประวัติศาสตร์บาดแผลเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2565 รายงานข่าว จากที่ สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติประกาศให้ทุกวันที่ 9 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก หรือวันชนเผ่าสากล (International Day of World’s Indigenous Peoples) นับตั้งแต่ ปี พ.ศ.2535 เป็นต้นมา เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับชนเผ่าหรือกลุ่มชาติพันธุ์และบทบาทของชุมชนชนเผ่าในการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม UNESCO และเพื่อเตือนใจว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่มีเอกลักษณ์วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของตนเองแต่กลับถูกผลักให้ไปอยู่ชายขอบ ได้รับสิทธิไม่เท่าเทียมกับคนส่วนใหญ่ของสังคม มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า กะเบอะดิน ดืนแดนมหัศจรรย์ เผยแพร่กิจกรรม ปลดแอกชาติพันธุ์ ชำระประวัติศาสตร์บาดแผลเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก กับการลงนามในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองโดยรัฐบาลไทย จนถึงวันนี้กลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศกำลังตกเป็นเหยื่อของอคติทางชาติพันธุ์ ด้วยสถานการณ์ที่ร้อนแรงขึ้นภายหลังการรัฐประหาร ขณะนี้จำเป็นต้องพูดถึงปัญหาของชาติพันธุ์กันอย่าง “ตรงไปตรงมา” ไม่อ้อมค้อม […]

นายกฯห่วงปรับขึ้นค่า FT กระทบประชาชน

นายกฯ” ห่วงการปรับขึ้นค่า FT กระทบประชาชน กำชับกระทรวงพลังงาน ช่วยค่าไฟโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มที่ วันที่ 9 สิงหาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด ห่วงการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ค่าเอฟที (FT) ของงวดเดือนก.ย.-ธ.ค. 2565 ที่จะกระทบการค่าครองชีพของประชาชนชน โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 ได้มีการหารือกับกระทรวงพลังงาน และกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อหามาตรการรองรับช่วยเหลือ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ยังไม่ขึ้นค่าไฟของเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ สำหรับเดือนกันยายน- ธันวาคม 2565 รัฐบาลได้ร่วมกันหารือแนวทางช่วยเหลือประชาชนกลุ่มครัวเรือน และกลุ่มเปราะบาง โดยจะดูแลภาระค่า FT ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณมาอุดหนุน และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารายละเอียดการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งจะต้องนำมาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ต่อไป ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือน ที่เหลือของปีนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ร่วมกันหาวิธีลดต้นทุนค่าไฟฟ้า เพื่อให้เกิดผลประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง “นายกรัฐมนตรี […]

อุนทิน พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี หากปชช.หนุน

7 สิงหาคม 2565 ที่ลานตากพืช สำนักงานขนส่ง อำเภอ โคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และคณะผู้บริหารพรรค ได้เดินทางมาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ประกอบไปด้วย นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช, นายนรินทร์ คลังผา และนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ มี ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 5 พันคน . นายอนุทิน กล่าวว่า ดีใจอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนจังหวัดลพบุรี และมีประชาชนต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.ในจังหวัด 2 คน เราพยายามทำงานตอบแทนความไว้ใจของท่าน ให้เห็นเป็นรูปธรรมทั้งมิติ การสาธารณสุข การคมนาคม การท่องเที่ยว ไปจนถึงในภาคการศึกษา อาทิ การสร้างตึกอุบัติเหตุ แก่โรงพยาบาลชัยบาดาล การซ่อมสร้างพัฒนาถนนหนทางเป็นต้น ที่ผ่านมา […]

ผลนิด้าโพล 64.25% ชี้ ‘ประยุทธ์’ ควรพอแล้ว

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือนิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง 8 ปี นายกรัฐมนตรีกับ อนาคตทางการเมืองของ 3 ป. โดยสำรวจระหว่าง 2-4 สิงหาคม 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี กับอนาคตทางการเมืองของ 3 ป.ผลการสำรวจเมื่อถามถึงการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.25 ระบุว่า นายกฯ ควรประกาศว่า 8 ปี คือ อยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 24 สิงหาคม 2565 รองลงมา ร้อยละ 32.93 ระบุว่า นายกฯ ควรรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่เกิน 8 […]

ทสท.เปิดตัวผู้สมัคร 11 เขตครบทุกเขต

พรรค ทสท.ลงพื้นที่เชียงใหม่ เปิดตัวผู้สมัคร 11 เขตครบทุกเขต คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พบว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ใน จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน และ จ.ตาก และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำใยในเชียงใหม่และลำพูน “ตู่ไม่ช่วย สุดารัตน์ช่วย” มอบนโยบายยกเลิกเงินกู้ กยศ.เรียนฟรีตั้งแต่เกิดถึง ป.ตรี เพิ่มเงินเดือน อสม.จาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 ส.ค.26565 ที่ห้องประชุมชั้น 3 โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เดินทางมาพบว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ตาก และกล่าวในที่ประชุมถึงแนวนโยบายการทำงาน โดยพิธีกรพูดในที่ประชุม ได้ประกาศว่า ใครอบากได้คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกฯ ขอฟังเสียงปรบมือหน่อยครับ ชาวบ้านปรบมือกันดังทั่วห้อง […]

1 2 3 50