การเมืองระดับท้องถิ่นของเมืองสามหมอก การขับเคี่ยวระหว่างแชมป์เก่าหลายสมัยกับหน้าใหม่ เป็นไปอย่างเข้มข้นเมืองฝ่ายการเมืองระดับประเทศโดดลงมาถือหางคู่แข่งแชมป์เก่า หวังเขี่ยพ้นแม่ฮ่องสอน
การเมืองระดับท้องถิ่นในการเลือกตั้ง นายก อบจ.แม่ฮ่องสอน และ สมาชิก อบจ. เป็นไปอย่างเข้มข้น ที่น่าจับตามองก็คือ การขับเคี่ยวระหว่างนายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครหมายเลข 1อดีตนายกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ครองตำแหน่งมานานถึง 19 ปี ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีคนท้าชนอย่างเต็มรูปแบบ ก็คือ นายดนุภัทร์ เชียงชุม ผู้สมัครหมายเลข 2
ก่อนหน้านั้นมีหลายคนสงสัยว่า นายดนุภัทร์ เชียงชุม ผู้สมัครหมายเลข 2 ถูกจ้างลง ซึ่งนายดนุภัทร์ ฯ ได้ชี้แจงต่อสื่อว่า เป็นการสมัครลงรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.แม่ฮ่องสอน ด้วยตนเอง โดยมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่าง ผู้สมัครหมายเลข 1 กับตน ขณะดำรงตำแหน่ง เป็นสมาชิก สภาอบจ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงในเรื่องการบริหารงาน ทำให้ตนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ประกอบกับเดิมตนเคยช่วยทำงานให้กับ สส.แม่ฮ่องสอนคนหนึ่ง ทำให้หลายคนมองว่าตนเป็นคนของ สส.และสส.ก็สนิทกับ นายอัครเดช ฯ ผู้สมัครหมายเลข 1 ซึ่งในการทำงานร่วมกันมานาน พบว่าตนถูกกดดันจากหลายฝ่ายและไม่เป็นตนของตนเอง จะทำอะไรเพื่อประชาชนก็ถูกขัดขวางเหมือนให้ตนต้องอยู่ใต้อาณัติ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ก่อนหน้านี้ ตนได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และไปสมัครเป็นสมาชิกของพรรคประชาชน หรือพรรคด้อมส้มเดิม ที่ตนมองว่าเราสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ดีกว่า และมีแนวทางที่โดนใจของตน
ล่าสุดมีกระแสข่าวออกมาหนาหูว่า อดีต สส.หลายสมัยของจังหวัดแม่ฮ่องสอน คนหนึ่งได้เรียกนายดนุภัทร์ เชียงชุม ผู้สมัคร นายกอบจ.หมายเลข 2 ไปพบที่บ้านพักและสอบถามว่า ถูกจ้างลงหรือไม่ ซึ่งนายดนุภัทร์ ฯ ได้ยืนยันว่า ตนลงรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. ด้วยตนเอง ทำให้ทางอดีต สส.คนดังกล่าว รับปากจะสนับสนุนนายดนุภัทร์ ฯ ขณะที่ฟากการเมืองสายพรรคด้อมส้มเดิม ก็กระโดดลงมาช่วยหาเสียงให้กับนายดนุภัทร์ ฯ อย่างลับ ๆ ทำให้ความหวังการเปลี่ยนแปลง นายก อบจ.แม่ฮ่องสอน มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้สูงมาก
ทางด้านนายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 ก็ยังคงเร่งหาเสียงเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ที่ครองมายาวนานให้ได้ เพื่อชื่อเสียงและวงศ์ตระกูลของตนเอง โดยได้เน้นการประชาสัมพันธ์ผลงานของตนเอง ผ่านสื่อโซเชียลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสั่งให้หัวคะแนนในสังกัด เร่งดึงมวลชนมาช่วยเหลือตนเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ให้ได้
ภาพรวมของฐานเสียงทั้งสองฝ่ายที่ขับเคี่ยวกันในปัจจุบันพบว่า ฐานเสียงเดิมของอดีตนายก อบจ. เริ่มสั่นคลอนเมื่อมีการพยายามปลุกระดมคนแม่ฮ่องสอน ให้เลือกคนแม่ฮ่องสอนมาเป็นนายก อบจ.เนื่องจาก นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ พื้นเพเดิมเป็นคนเชียงราย ไม่ใช่คนแม่ฮ่องสอน ทำให้ฐานเดิมของอดีตนายกเริ่ม รวนเร ขณะที่นายดนุภัทร์ เชียงชุม เป็นเกิดที่บ้านศรีดอนไชย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ประกอบกับ การหาเสียงของ นายดนุภัทร์ ฯ ที่เร่งลงพื้นที่ ทั้งชนเผ่าบนดอย ที่มีทีมงานเป็นกลุ่มคนชนเผ่า และการลงพื้นที่หาเสียงในตัวเมือง พบว่าได้รับการตอบรับจากมวลชนเป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อรวมกับฐานเสียงเดิม ของ อดีต สส.คนหนึ่ง และพลังของคนด้อมส้ม ที่เป็นเยาวชนจำนวนมากในแม่ฮ่องสอน อาจจะทำให้โผผลิกและได้นายก อบจ.คนใหม่ก็เป็นได้







ร่วมแสดงความคิดเห็น