เลขาฯ กกต.ชี้แจง! รายละเอียดเลือกตั้งและการลงประชามติ

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับรายละเอียดของการเลือกตั้งและการลงประชามติ ซึ่งมีเนื้อความว่า

“เลือกตั้ง ส.ส. วันเดียวกับออกเสียงประชามติ เลือกลงคะแนนและออกเสียง(ลงคะแนนล่วงหน้า/ออกเสียงนอกเขตจังหวัด) แบบไหนจึงจะเหมาะสมกับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง… ตามไปดู…

1. รูปแบบการลงคะแนน ส.ส.

1. ลงคะแนนใน “วันเลือกตั้ง”  คือ วันที่ 8 ก.พ. 69 รูปแบบนี้ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรเลย นับวันรอเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมไปเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ได้เลย

2. ลงคะแนน “ล่วงหน้า” ณ ที่เลือกตั้งกลาง รูปแบบนี้จำแนกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

                     2.1 ลงทะเบียนล่วงหน้า “นอกเขต” รูปแบบนี้คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไป มีเหตุที่ไม่อาจจะไปลงคะแนนในวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ได้ หากลงทะเบียนใว้จะต้องไปเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ. 69 ณ “ที่เลือกตั้งกลาง” นอกเขตเลือกตั้ง ตามที่ได้จัดใว้ตามจังหวัดต่างๆ ทุกจังหวัด

                     2.2 ลงทะเบียนล่วงหน้า “ในเขต” รูปแบบนี้ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีคำสั่งให้ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้งซึ่งไม่สามารถไปเลือกตั้งตามบัญชีผู้มีสิทธิในหน่วยของตนได้ในวันที่ 8 ก.พ. 69  อาทิ  คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน) หรือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้ง (รปภ) เป็นต้น หากลงทะเบียนใว้จะต้องไปลงคะแนนล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ.69 ณ “ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง” ที่ได้จัดใว้

สรุปได้ว่า การเลือก สส มีวันลงคะแนน 2 วัน คือ วันลงคะแนนล่วงหน้า ในวันที่ 1 ก.พ. 69(ต้องลงทะเบียน) และวันลงคะแนนในวันเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ. 69 (ไม่ต้องลงทะเบียน) 

อนึ่ง วันลงคะแนนกับวันเลือกตั้งตามกฎหมายเป็นคนละความหมายกัน

           2.รูปแบบการออกเสียงประชามติ

           2.1 ออกเสียงประชามติใน “วันออกเสียง” (กรณีเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส.) คือวันที่ 8 ก.พ. 69 ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ต้องลงทะเบียนแต่อย่างใด นับวันรอวันออกเสียงได้เลย

           2.2 ออกเสียงประชามติใน “ในวันออกเสียงนอกเขตจังหวัด” ผู้ออกเสียงไม่ได้อยู่ในจังหวัดที่มีชื่อในบัญผู้มีสิทธิออกเสียง ประสงค์จะออกเสียงในจังหวัดที่ตนสะดวกสามารถลงทะเบียนออกเสียงนอกเขตจังหวัดได้ แต่ไม่ใช่เป็นการออกเสียงล่วงหน้า นั้นหมายความว่าต้องไปออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ.69  ณ ที่เลือกตั้งกลางในจังหวัดที่ลงทะเบียนใว้ (จะขอกล่าวเฉพาะที่เป็นประเด็นหลัก ๆ เท่านั้น เพราะยังมีการออกเสียงในเขตจังหวัดได้ ที่ย้ายมาอยู่เขตเลือกตั้งใหม่ไม่ครบ 90 วัน)

สรุปได้ว่า การออกเสียงประชามติ ไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า เหมือนเลือก ส.ส. ผู้มีสิทธิออกเสียงต้องไปออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ. 69 เท่านั้น

          3. ผลของการลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน

          3.1 กรณี “ไม่มีการลงทะเบียนเลยทั้ง 2 ประเภท” ผู้มีสิทธิทั้ง 2 ประเภทต้องไปที่หน่วยเลือกตั้งเดียวกันในวันที่ 8 ก.พ.69 จะได้รับบัตร 3 ใบ คือ บัตรแบบบัญชีรายชื่อ บัตรแบบแบ่งเขต และบัตรออกเสียงประชามติ

          3.2 กรณีลงทะเบียน “เฉพาะเลือก ส.ส.” ต้องไปเลือกตั้ง ส.ส. ณ ที่เลือกตั้งกลาง ในวันที่ 1 ก.พ. 69 ที่ได้ลงทะเบียนใว้ และจะได้รับบัตร 2 ใบ คือ แบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต ส่วนการออกเสียงประชามติ ต้องไปหน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีรายชื่อ ในวันที่ 8 ก.พ. 69 จะได้รับบัตรเพียง 1 ใบ คือ ใบออกเสียงประชามติ

          3.3 กรณีลงทะเบียน “เฉพาะประชามติ” ต้องไปออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ. 69 วันเดียวทั้ง 2 ประเภท ณ กล่าวคือ การลงคแนน ส.ส. ต้องไปลงคะแนนที่หน่วยตามบัญชีที่ตนเองมีสิทธิ รับบัตร 2 ใบ ส่วนออกเสียงประชามติ ต้องไปออกเสียง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัดที่ลงทะเบียนใว้รับบัตร 1 ใบ

          3.4  กรณีลงทะเบียนทั้ง “ส.ส.” และ “ประชามติ” การเลือก ส.ส. ต้องไปลงคะแนน “ล่วงหน้า” ตามที่ลงทะเบียนใว้ในวันที่ 1 ก.พ. 69 ตามข้อ 3.2 ส่วนการออกเสียงประชามติต้องไปออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ. 69 ตามที่ลงทะเบียนใว้ตามข้อ 3.3

          4. การยกเลิกการลงทะเบียน

          ผู้ที่ลงทะเบียนเฉพาะ ส.ส. มีสิทธิยกเลิกการลงทะเบียนโดยยื่นคำขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นหรือผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ และต้องดำเนินการก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน                              

          5. วันลงทะเบียน และวันยกเลิกเเปลี่ยนแปลง

          5.1 สำหรับ ส.ส. ลงทะเบียนวันที่ 20 ธ.ค. 68 ถึงวันที่ 5 ม.ค 69 

          5.2 สำหรับประชามติ ลงทะเบียนวันที่ 3-5 ม.ค 69 (ตามแผนการออกเสียงประชามติ กรณีนายกรัฐมนตรีปะกาศวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส.)

          5.3 สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียน ส.ส. ในช่วงเดียวกับการเปิดลงทะเบียน ส.ส.ตามข้อ 5.1 ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 68 ถึง 5 ม.ค. 69

          6. ข้อสังเกต

          กฎหมายออกมาได้ซับซ้อนมาก ในทางปฏิบัติจะเรียกว่าออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนก็กระดากปาก มันออกแนวเพิ่มภาระมากกว่า เพราะมันปฏิบัติได้ยากอยู่ กฎหมายที่ออกมาให้ชาวบ้านปฎิบัติถ้าเป็นแบบง่าย ๆ ปฏิบัติได้ก็จะดีมาก”

ที่มา : นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)

ร่วมแสดงความคิดเห็น