ไขข้อสงสัย! ประชามติคืออะไร? ครั้งนี้ครั้งแรกหรือเปล่า?

กลับมาอีกครั้งในรอบ 10 ปีกับการใช้เสียงลงประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะลงประชามตินี้เป็นครั้งแรกและอาจสงสัยว่าการลงประชามติคืออะไร วันนี้เชียงใหม่นิวส์มีคำตอบ

.

การออกเสียงประชามติ (Referendum) เป็นกลไกการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน การออกเสียงประชามติจึงเป็นบทบาทหน้าที่ในฐานะเป็นกลไกเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนมีสิทธิร่วมแบ่งปันการใช้อำนาจตลอดจนกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองของประเทศได้

.

ประเทศไทยได้บัญญัติการออกเสียงประชามติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 8 ฉบับ แต่ฉบับที่มีความสำคัญมากที่สุด คือฉบับพ.ศ.2550 เพราะเป็นฉบับที่มีการออกเสียงประชามติระดับชาติครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 กําหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและพิจารณาให้แล้วเสร็จ เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งปรากฏว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมีผู้มาใช้สิทธิลงประชามติกว่า 25,978,954 คน เห็นชอบร่างดังกล่าว 14,249,520 คิดเป็น 31.05% และไม่เห็นชอบอีก 10,419,912 คิดเป็น 22.71% เป็นอันว่าเสียงส่วนใหญ่ของผู้มาใช้สิทธิเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว

.

รัฐธรรมนูญอีกฉบับหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือฉบับพ.ศ.2559 นับว่าเป็นการออกเสียงประชามติระดับชาติครั้งที่สองของประเทศไทย ได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และกําหนดเวลาในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ กําหนดให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติและประกาศผลการออกเสียงประชามติ จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเผยแพร่ด้วยวิธีการใด ๆ ให้ประชาชนทราบได้โดยสะดวกและเป็นการทั่วไป เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559 การลงประชามติครั้งนี้มี 2 คำถาม คือคำถามเห็นชอบหรือไม่สำหรับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และคำถามพ่วงที่อนุญาตให้มีบทเฉพาะกาล ที่ ส.ว. มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีปรากฏว่า เห็นชอบ 15,132,050 เสียง และไม่เห็นชอบ 10,926,648 เสียง จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติรวมทั้งประเทศ 29,740,677 คน อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ทราบถึงคำถามนี้มากนัก และคำถามนี้ถูกติติงว่ายาวเกินไป และมีลักษณะเป็นคำถามนำเพื่อนำไปสู่คำตอบในทิศทางที่ต้องการ และมีคำยากที่อาจทำให้เกิดความสับสนในการตีความของผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน

.

ทั้งนี้ ในประเทศไทย กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำหนดทิศทางของประเด็นทางการเมืองไม่ได้มีอยู่แค่การทำประชามติ แต่ยังมีอีกหลายช่องทาง เช่น การเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชน  โดยประชาชนจำนวนตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อเสนอหรือแก้ไขกฎหมาย 

การทำประชาพิจารณ์ เป็นกระบวนการที่หน่วยงานรัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนริเริ่มกระบวนการอื่น ๆ ในการจัดทำโครงการของรัฐ เพื่อให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการดำเนินนโยบายหรือการออกกฎหมายได้แสดงความคิดเห็นทั้งในเชิงสนับสนุนหรือคัดค้าน เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐที่จะมีหน้าที่นำทุกความเห็นไปดำเนินการใช้ดุลยพินิจหาสมดุลระหว่างผลประโยชน์และผลเสียของประชาชนที่จะเกิดจากการกระทำของรัฐ

.

ที่มา : ไทยพีบีเอส , iLaw , สถาบันพระปกเกล้า 

ร่วมแสดงความคิดเห็น