วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา อบต.ม่อนจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ จัดงาน “เสวนาแม่ตื่นนทบุรี (ตินทบุรี) สู่ว่าที่อำเภอสิริกิติ์” ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลม่อนจอง โดยมีวิทยากรร่วมการเสวนา ได้แก่ ครูจำลอง ปันดอน อดีต ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม อดีตนายก.อบต.แม่ตื่น , พ.ต.ท.ธีรเศรษฐ์ ศรีทอง รอง ผกก.สส.สภ.แม่ตื่น , ภาคิม จิรจตุรพรกุล ปลัดอบต.แม่ตื่น และพิศิษฐ์พงษ์ ไชยแก้ว อดีต รองผอ.โรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว
.
โดย ต.แม่ตื่น มีประวัติที่น่าสนใจ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 กระทรวงมหาดไทยแบ่งเป็นพื้นที่ตำบลแม่ตื่นเป็นสองตำบลตามระเบียบการปกครอง ได้แก่ ตำบลม่อนจอง และตำบลแม่ตื่น ทำให้ทั้งสองตำบลถือเป็นพื้นที่เดียวกัน โดยชื่อแม่ตื่น มาจากภาษาคำเมืองว่า “แม่ตื๋น” มีประวัติศาสตร์ที่บันทึกในชื่อว่า “แม่ตื่นนทบุรี” เป็นภาษาบาลี – สันสกฤตที่เขียนบันทึกเป็นอักษรฝักขาม ในภาษาล้านนา ก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามเสนอจัดตั้งอำเภอใหม่ในพื้นที่เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม่สำเร็จ
.
การเสวนาเริ่มขึ้นโดย พิศิษฐ์พงษ์ ไชยแก้ว ได้กล่าวเบื้องต้นว่า สพฐ.ได้มุ่งหมายให้นักเรียนท้องถิ่นได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้รับทราบถึงรากเหง้ามาจากไหน รวมไปถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยเมืองตื่นนทบุรี ได้มีความพยายามรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อเตรียมขอจัดตั้งอำเภอใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2547
.
ซึ่งตามข้อมูลประวัติศาสตร์ สมัยพญาติโลกราชได้ขยายอิทธิพลมาถึง และส่งพญาสองพี่น้องมาตั้งเมืองแม่ตื่น เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านของล้านนา ในปัจจุบันอยู่ในพื้นที่อำเภออมก๋อย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นอำเภอที่ยากจนที่สุดในประเทศ โดยชาวบ้าน นักเรียนในพื้นที่ได้รับโอกาสความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย หลายคนได้กลับมาเป็นข้าราชการมาช่วยพัฒนาบ้านเกิด
.
ด้าน ภาคิม จิรจตุรพรกุล ปลัด อบต.แม่ตื่น ได้กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่ได้มาบรรจุที่นี่ สิ่งที่ประทับใจความเป็นแม่ตื่นและม่อนจอง แม้จะแบ่งเป็นสองตำบล แต่ก็ถือเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่อยู่ใกล้กัน สิ่งที่ประทับใจแรกสุดคือสภาพพื้นที่ อากาศ ความเป็นมิตร ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรของชาวบ้าน ทำให้ผมตัดสินใจอยู่ทำงานที่นี่ครบ 1 ปี แม้เป็นพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีใครอยากมา แต่เมื่อได้สัมผัสความเป็นแม่ตื่น ก็ประทับใจและสร้างกำลังใจในการทำงานราชการ ทุกอย่างดูง่ายไปหมด
.
สำหรับ พ.ต.ท.ธีรเศรษฐ์ ศรีทอง รอง ผกก.สส.สภ.แม่ตื่น ได้กล่าวว่า หลังจากย้ายมาทำงานที่นี่ได้ 2 เดือนเศษ พบว่าพื้นที่แม่ตื่น มีบรรยากาศ อากาศดี มีความสุขมากที่ได้มาอยู่ วันนี้ได้ร่วมจัดการจราจรและดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ที่เข้ามาร่วมงาน พร้อมเข้ามาฟังการเสวนาครั้งนี้
.
ในช่วงต่อไป ครูจำลอง ปันดอน ได้บรรยายถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของพื้นที่แม่ตื่นโดยละเอียด โดยครูจำลองได้เดินทางมาทำงานจากลำพูนเมื่อปี พ.ศ. 2523 เพื่อมาเป็นครูในโรงเรียนแม่ตื่นน้อย ที่สร้างใหม่ ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเดินทางลำบาก ถนนยังเป็นลูกรัง โดยสมเด็จนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาในปี พ.ศ. 2530 เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรที่ประสบความยากลำบาก นอกจากนี้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเครื่องบินรบของทหารญี่ปุ่นตกในพื้นที่ และยังมีซากเครื่องบินเก็บรักษาไว้อยู่ที่โรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม
.
จะเห็นได้ว่าพื้นที่แม่ตื่นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีคุณค่ามากพอที่จะจัดตั้งเป็นอำเภอใหม่ นอกจากนี้ยังมีระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งธนาคาร โรงพยาบาล 2 แห่ง โรงเรียนมัธยม 2 แห่ง และศูนย์บริการประชาชนที่อบต.แม่ตื่น ซึ่งได้เข้ามามีการจัดตั้งตามความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้พื้นที่แม่ตื่น มีความพร้อมมากพอที่จะจัดตั้งเป็นอำเภอใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ การจัดตั้งอำเภอใหม่ครั้งนี้มาจากความต้องการของชาวบ้านที่อยากให้ท้องถิ่นของตนเจริญมากขึ้น
.
จากการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ พบว่าทุกพื้นที่ในแม่ตื่น มีหลักฐานประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกว่าแม่ตื่นมีความเป็นมาอย่างมายาวนาน ทั้งซุ้มประตูโขง วัดสะฐาน , ถ้วยชาม เตาเผาเครื่องปั้นดินเผาจากจีน พม่า หริภุญชัย , เจดีย์บนดอยม่อนจอง , วัตถุโบราณ หอก ดาบ ลูกปัด ยุคหิน ทำให้นักประวัติศาสตร์ที่มาศึกษาเพิ่มเติมพบว่าแม่ตื่นเคยเป็นเส้นทางการค้าขายในอดีต และเป็นเมืองโบราณจริง เป็นที่น่าเสียดายว่าไม่ได้มีการต่อยอดการศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่เพิ่มเติมในภายหลัง
.
ด้าน พิศิษฐ์พงษ์ ไชยแก้ว กล่าาว่า ในอดีตเส้นทางการค้าจากล้านนาไปยังชายฝั่งทะเล ต้องใช้เส้นทางขบวนวัวต่างม้าต่างจากเชียงใหม่ ไปแม่สอด ไปยังชายฝั่งพม่าในปัจจุบัน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบ ตอกย้ำว่าแม่ตื่นซึ่งอยู่บนเส้นทางค้าขายในอดีต เคยเจริญรุ่งเรือง ก่อนจะกลายเป็นเมืองร้างเมื่อพม่ายึดครอง จนกระทั่งพระเจ้าตากสินมหาราชขับไล่พม่าออกไป และรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
.
ด้าน ครูจำลอง ปันดอน ได้บรรยายเพิ่มเติมว่า หลังพม่ารุกราน ผู้คนในพื้นที่ถูกกวาดต้อน พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผาถูกนำไปด้วยหรือทำลาย มีขณะเดียวกันกลับมีการขุดพบโบราณวัตถุดังกล่าวในหลุมศพที่สร้างขึ้นในสมัยนั้น ทำให้มีข้อสันนิษฐานว่า เมืองแม่ตื่นอาจเจอโรคระบาดในยุคดังกล่าว ที่ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เมืองแม่ตื่นถูกทิ้งร้างไป
.
นอกจากนี้ ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับชื่อแม่ตื่น จากที่ค้นพบบนคัมภีร์ใบลาน โดยเจ้าอาวาสวัดชัยพระเกียรติได้คัดลอกคัมภีร์ใบลาน หลักฐานประวัติศาสตร์สำคัญ แต่ปัจจุบันไม่พบคัมภีร์ใบลานต้นฉบับแล้ว ทำให้มีการสันนิษฐานว่าชื่อแม่ตื่นภายหลัง อาจมีการเขียนภาษาบาลี – สันสกฤตเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความขลังในภายหลัง ตามประวัติศาสตร์ที่บันทึก เมื่อตื่นแยกตัวมาจากเมืองเชียงใหม่ โดยเชียงใหม่ก่อตั้งก่อน เมืองแม่ตื่นก่อตั้งขึ้น ในปี พ.ศ. 1985 โดยพญาสองพี่น้อง ทำให้ปัจจุบันแม่ตื่นมีอายุ 584 ปีแล้ว
.
นอกจากนี้ทางพิธีกรการเสวนาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการค้นคว้าของนักวิชาการ ในอดีตพื้นที่นี้ ชาวปกาเกอะญออาศัย จนกระทั่ง พ.ศ. 1985 พญามังรายได้ส่งพญาเสิก และพญาช้างเผือก มาปกครอง ก่อนที่ต่อมาคนเมืองจากอำเภอหางดง สันป่าตอง และคนยองจากลำพูน และคนลัวะ มาตั้งถิ่นฐานในภายหลัง โดยเมืองแม่ตื่น เป็นเมืองหน้าด่านของอาณาจักรล้านนา มีเขตการปกครองไปถึงแม่สอด และตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าที่เชื่อมโยงกับล้านนา พุกาม ล้านช้าง รวมทั้งยังเคยเป้นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
.
อีกประเด็นที่น่าสนใจจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ว่าจ้างนักวิชาการมาร่วมศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์ในพื้นที่ คือ มีการบันทึกว่ามีเจ้าเมืองปกครอง 5 พระองค์ โดยพญาเสิก และพญาช้างเผือก ได้สร้างเมืองแม่ตื่นที่วัดจอมแจ้ง ซึ่งสันนิษฐานว่าต่อมาได้มีการจำลองคุ้มหลวงในสมัยนั้นที่วัดแห่งนี้
.
จนกระทั่งรัชสมัยเจ้าเมืององค์ที่ 5 หรือองค์สุดท้าย ชื่อพญาอุทุมพรราช ซึ่งตรงกับช่วงที่อาณาจักรล้านนาเสื่อมถอย จนะกระทั่งพระเจ้ากรุงอังวะตีล้านนาสำเร็จ พญาอุทุมพรราช ได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าอังวะไปปกครองเมืองน่าน และเป็นต้นราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ หรือตระกูล ณ น่าน ในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีการการบันทึกใต้ฐานพระพุทธรูป วัดพระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน และหอสมุดแห่งชาติ โดยการวิจัยของอาจารย์ภูเดช แสนสา
.
ในช่วงท้าย ครูจำลอง ปันดอน ได้บรรยายสรุปว่า ปัจจุบัน ได้มีความพยายามจัดตั้งอำเภอใหม่ในพื้นที่แม่ตื่น นับตั้งแต่มีความเคลื่อนไหวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 โดยต้องการที่จะเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง ที่เคยเสด็จเยี่ยมเยือนและช่วยเหลือพสกนิกรในพื้นที่ รวมทั้งยกระดับการพัฒนาพื้นที่แม่ตื่นให้เจริญมากขึ้น จากเดิมที่ชาวบ้านต้องเดินทางไปติดต่อราชการซึ่งห่างไกล และเดินทางลำบาก ตราบใดที่ชาวแม่ตื่นยังต่อสู้และมีความหวัง เราจะเป็นอำเภอใหม่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ทรงงานของสมเด็จพระพันปีหลวง ทำให้อำเภอใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น เป็นการเฉลิมพระเกียรติให้พระองค์
.
ที่มา : อบต.ม่อนจอง





ร่วมแสดงความคิดเห็น