นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเอง และต้องสร้างสินค้าของตนเองให้มีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างจุดขาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแสวงหาตลาดใหม่ และสร้างโอกาสทางการลงทุนได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ อนาคต สภาอุตสาหกรรมฯ จะปรับเปลี่ยนองค์กรใหม่ตามความต้องการของภาคธุรกิจ ให้เป็น Service Organization ที่เน้นการให้บริการใน 5 ด้าน คือ
1) F.T.I. Academy หลักสูตรการฝึกอบรมร่วมกับมหาวิทยาลัย ในแต่ละปีจัดหลักสูตรมากกว่า 100 ครั้ง รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่อง Hardware และภาคเอกชนเป็น Software หรือเป็นผู้จัดทำ Content ในการฝึกอบรม และมีกระทรวงอุดมศึกษาฯ คอยให้การสนับสนุน
2) Marketing ศูนย์ข้อมูลอุตสาหกรรม จัดตั้ง e-Commerce ให้นำสินค้ามาวางขายบน Platform โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย ผลักดันนโยบาย Made in Thailand ที่จะเชื่อมโยงกับระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะขอให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้คล่องตัวมากขึ้น และเน้นไปที่สินค้าที่ใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่ในไทย (Local Content)

3) Innovation โดยการจัดตั้งกองทุนนวัตกรรม หรือ Innovation Funds ซึ่งมีภาคเอกชนเป็นผู้บริหารกองทุน การส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านองค์ความรู้นวัตกรรม และศูนย์ข้อมูลนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรม 4) Operation Efficiency โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน บริการด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม และเกษตรปลอดภัย และต้องขอขอบคุณมาตรการต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย ของรองนายกฯ สมคิด ที่ช่วยเหลือ SMEs 5) Environment โครงการอุตสาหกรรมพัฒนาสู่ชุมชนสีเขียว ปัจจุบันได้ส่งเสริมโรงงานให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Eco Factory 225 แห่ง และ Green Factory กว่า 3,500 แห่ง มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง Water Footprint 83 ผลิตภัณฑ์ และการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Eco Products 140,000 รายการ โครงการมาตรฐานห่วงโซ่การควบคุมผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ (TFCC) การเสนอแนวคิด Bio-Circular-Green Economy ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน และผลักดันการแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศ หรือ PM 2.5

นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า งานอุตสาหกรรมแฟร์ ที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและจัดอย่างต่อเนื่องมาถึงปีที่ 21 ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนและบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ยังเป็นการยกระดับและพัฒนามาตรฐานสินค้าของภูมิภาคให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก

ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสดี ที่ประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงจะได้รับความรู้ และสัมผัสสิ่งใหม่ ๆในวงการอุตสาหกรรม จากการเข้าชมงาน และยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองให้สามารถแข่งขันได้ และทำให้สินค้าของตนเองเป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น