ปีทองหอมแดง เหตุเพราะลดพื้นที่ปลูก ดันราคาหอมปึ่งพุ่งกระฉูด

คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร อันเนื่องจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (จ.ลำพูน) ระบุว่าสถานการณ์กระเทียมในพื้นที่ อ.ลี้ มีพื้นที่ปลูกลดลงจากปีที่แล้วจาก 2,968 ไร่ (ฤดูกาล 61/62) เหลือ 971 ไร่ (ฤดูกาล 62/63 ) เนื่องจากเกษตรกรได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำ จึงหันไปปลูกพืชอื่นทดแทน ทั้งคะน้า กะหล่ำปลี, ผักกวางตุ้ง เริ่มทยอยเก็บมีนาคมนี้ ส่วนหอมแดงในพื้นที่ อ.บ้านโฮ่ง พื้นที่ปลูกลดลงไม่มาก 1,391 ไร่ ในฤดูกาล 61/62 มาปลูก 1,329 ไร่ ฤดูกาลนี้ เพราะราคาตกต่ำทำให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชอย่างอื่น ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 – 3 ตัน เกษตรกรเริ่มทยอยเก็บผลผลิตแล้ว
ผลผลิตช่วงกุมภาพันธ์ 2563 กระเทียมออกสู่ตลาดแล้ว 245 ตัน จาก อ.ลี้มากสุด, หอมแดงราว ๆ 2,013 ตัน จาก อ.บ้านโฮ่ง, อ.ลี้, อ.ป่าซาง และลำไยนอกฤดูประมาณ 13,887 ตัน จาก อ.ป่าซาง, อ.เมือง และ อ.บ้านโฮ่ง เป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้สถานการณ์ราคาและตลาดกระเทียม, หอมแดงในพื้นที่ไม่มีปัญหา โดยภาวะตลาดและราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญ ให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูก ซึ่งกระเทียมนั้น เดิมในฤดูกาล 2559/60 ปลูก 4,473 ไร่ เมื่อราคาตกต่ำก็มีแนวโน้มลดพื้นที่ปลูกลงอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ ฤดูกาล 2560/61 ที่ 3,617.65 ไร่ มาเป็น 2,968 ไร่ (ฤดูกาล 61/62 ) เหลือ 971 ไร่ (ฤดูกาล 62/63)

สำหรับหอมแดงนั้น อาจจะแตกต่างจากกระเทียม เพราะพื้นที่เพาะปลูกยังใกล้เคียงกันเกือบทุกฤดูกาล แต่ผลผลิตที่ได้ค่อนข้างแตกต่างกันมาก เช่น ฤดูกาล 2560/61 ผลผลิต 13,317 ตัน เหลือ 5,6201.55 ตัน ในฤดูกาล 61/62 และเหลือ 4,516.80 ตันในฤดูกาล62/63
อย่างไรก็ตาม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่ากระเทียมนั้น เนื้อที่เพาะปลูกลดลง จากสถานการณ์ราคากระเทียมในช่วง 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา ราคาที่เกษตรกรขายได้ลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับมีการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศ ที่มีราคาที่ต่ำกว่าเข้ามาขายแข่งขันเป็นจำนวนมาก เกษตรกรจึงไม่ยอมปลูกกระเทียมกัน หันไปปลูกพืชผักระยะสั้น ในส่วนมาตรการป้องกันไม่ให้มีการกักตุนกระเทียมเพื่อเก็งกำไร และดำเนินมาตรการ ช่วยกระจายผลผลิตกระเทียมออกนอกแหล่งผลิต เพื่อไม่ให้กระทบผู้ริโภคก็ยังคงดำเนินการตามแผน

สำหรับหอมแดงนั้น ราคาปีนี้ค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากแหล่งปลูกสำคัญ ๆ ทั้ง จ.เชียงใหม, จ.ลำพูน, จ.เพชรบูรณ์ ปลูกไม่มาก เพราะกังวลผลกระทบจากภัยแล้ง สำหรับต้นทุนการผลิตหอมแดงเฉลี่ยอยู่ที่ 13.36 บาท/กก. อายุการเก็บเกี่ยว 85 – 90 วัน โดยผลผลิตหอมแดงเริ่มออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงกุมภาพันธ์ 2563 ส่วนราคาที่เกษตรกรขายได้ยังคงมีทิศทางดี โดยราคาสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา หอมแดงสด ที่ยังไม่มีการตาก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 12 บาท/กก. ในขณะที่ หอมปึ่ง ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 19 – 22 บาท/กก. ซึ่งจะเก็บเกี่ยวและแขวนตากในโรงเก็บ เป็นเวลาประมาณ 12 วัน ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตไว้และแขวนตาก ในโรงเรือนเพื่อขายเป็นหอมปึ่ง ซึ่งจะได้ราคาสูงกว่าการเก็บเกี่ยวแล้วขายสด
ส่วนด้านการซื้อขายหอมแดง จะมีพ่อค้าในท้องถิ่น พ่อค้ารายย่อย พ่อค้าจากต่างจังหวัดเข้ามารับซื้อหอมแดงสดจากเกษตรกร แล้วนำไปแขวนตากในโรงเรือน ส่วนพ่อค้ารายใหญ่จะรับซื้อหอมแดง เพื่อส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น ราคาหอมแดงในปีนี้ถือว่าสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าเกษตรกร อาจจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้นในรอบการผลิตถัดไป เนื่องจากราคาสูงขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาด เกษตรกรควรวางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับสถาพพื้นที่ และความต้องการตลาด เพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำเช่นที่เคยประสบมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามเกษตรกร และกลุ่มผู้ค้าพืชไร่ท้องถิ่น ในพื้นที่ จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่ ที่มีการมัดจำ รับซื้อผลผลิต มาสต๊อกไว้ ตากแห้งมัดจุกรอขาย ยอมรับว่าการลดพื้นที่ปลูก และผลผลิตมีน้อย ส่งผลให้ราคาขายตามท้องตลาดพุ่งสูงจากเดิมมาก เฉลี่ย 50 – 90 บาท/กก. ทั้ง ๆ ที่รับซื้อกระเทียม 8 – 15 บาท และหอมแดงสดราคา 12 – 18 บาท มัดจุกตากแห้งราคาพุ่งสูง เฉลี่ย 35 – 80 บาท เป็นปีทองของหอมแดง เพราะผลผลิตมีน้อย ตลาดต้องการสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ร่วมแสดงความคิดเห็น