ตามหาชาต้นแรก เรียนรู้วัฒนธรรมชาวลาหู่ โฮมสเตย์ดอยปู่หมื่น อ.แม่อาย

เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนวิถีชืวิต ธรรมชาติและวัฒนธรรมบนดอยปู่หมื่น ชมชาต้นแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้แก่ชาวบ้านดอยปู่หมื่น เรียนรู้วิธีการทำชาแบบดั้งเดิม เรียนรู้วัฒนธรรมชาวลาหู่บนดอยปู่หมื่น
ดอยปู่หมื่น ตั้งอยู่บนเทือกเขาแดนลาว ในเขตท้องที่ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,285 เมตร เมื่อ 100 กว่าปี มีกลุ่มชนเผ่า “ลาหู่” หรือ “มูเซอแดง” ได้อพยพลงมาจากประเทศจีน      ก่อนที่จะเข้าเมียนมา และเข้ามาตั้งถิ่นฐานในแผ่นดินไทยบนขุนเขาแห่งนี้ มีผู้นำชนเผ่าชื่อ นายปู่หมื่น (นายแตงเต้า) ที่ได้ปกครองชุมชนเรื่อยมาจนแก่เฒ่าชาวบ้านจึงเรียกว่า “ปู่หมื่น” จนดอยแห่งนี้จึงได้ถูกเรียกว่า “ดอยปู่หมื่น”         มาจนปัจจุบัน

บนดอยปู่หมื่น ประกอบด้วยหมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน 2 ชนเผ่า คือ บ้านปู่หมื่นนอก จะเป็นหมู่บ้านของมูเซอแดง และ          บ้านปู่หมื่นใน จะเป็นกลุ่มมูเซอดำ ซึ่งทั้ง 2 ชนเผ่าประกอบอาชีพการรับจ้างเก็บใบชา และทำงานรับจ้างดูแลป่าไม้ของกรมป่าไม้ รวมไปถึงการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิกาจำหน่าย

วัฒนธรรมในการแต่งกายของชาวลาหู่ ผู้ชายลาหู่ สวมใส่เสื้อแขนยาวสีดำ ประดับด้วยเม็ดโลหะเงิน  และลายปักต่าง ๆ ส่วนกางเกงใช้สีดำ สีเขียว สีฟ้า เย็บปักด้วยมือที่สวยงาม ผู้หญิงลาหู่ จะเป็นเสื้อแขนยาวตัวสั้น แค่เอว ตกแต่งด้วยผ้าหลากสีและเครื่องเงิน และใช้ผ้าสีต่างๆ ลวดลายที่สวยงามเหมือนของผู้หญิง

การเต้นจะคึ ออกเสียง “ปอย เต เว” คำว่า “จะคึ” แปลว่า “การเต้น” โดยการเต้นจะเป็นการเต้นเพื่อประกอบการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวลาหู่ การเต้นเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น                   พิธีกรรมปีใหม่ เกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองปีใหม่ พิธีกรรมกินข้าวใหม่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและพิธีกรรมการเรียกขวัญในปัจจุบัน เป็นการแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยว และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการเต้นจะคึ “น่อเซะ” หรือ แคนชาวลาหู่ เป็นแคนขนาดเล็ก เครื่องดนตรีเครื่องเป่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะชนเผ่าลาหู่            มีความสำคัญในกิจกรรมชาวลาหู่มาก เป็นภูมิปัญญาตั้งแต่บรรพบุรุษที่สืบทอดการผลิต และการบรรเลงบทเพลง ปัจจุบันเหลือคนเป่าในหมู่บ้านเพียงคนเดียว ลุงจะแล จะมู ขาดเยาวชนสืบสานที่น่าเป็นห่วง

ในปี 2515 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จ   ที่บ้านดอยปู่หมื่น และได้พระราชทาน “ต้นชา” ให้นำมาปลูกที่บ้านปู่หมื่น นับเป็นชาต้นแรกที่ปลูก และขยายพันธุ์แก่เกษตรกรในพื้นที่ เป็นชาสายพันธุ์อัสสัม ที่สร้างคุณค่า สร้างรายได้ พร้อมกับสร้างชื่อเสียงให้กับหมู่บ้าน                และเป็นอาชีพหลักมาจนถึงทุกวันนี้ ชาอัสสัม (Assam Tea) ที่มีรสและกลิ่นของชาค่อนข้างเข้ม ไร่ชาดอยปู่หมื่น   ไม่ได้ปลูกเรียงกันเป็นแนวเหมือนไร่ชาบนดอยอื่น บนดอยปู่หมื่นชาวบ้านทำไร่ชาอาศัยร่วมกับต้นไม้ใหญ่                แทรกในพื้นบนดอยสูง บนความสูง 1,250 – 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยปัจจัยบนความสูงอากาศหนาวเย็นทำให้ชาที่มีรสชาดเป็นเป็นเอกลักษณ์ของ ชาดอยปู่หมื่น

เรียนรู้กระบวนการผลิตชาที่นักท่องเที่ยว จะได้เก็บใบชาสดจากไร่ชาบนดอยปู่หมื่น การเก็บใบชาให้ได้ใบชา             ที่มีคุณภาพดีต้องเลือกเก็บเฉพาะยอดชาที่ตูม และใบที่ต่ำจากยอดตูมลงมา 2-3 ใบ เนื่องจากสารประกอบ               พอลิฟีนอลซึ่งเป็นสารสำคัญที่ส่งผลต่อสี กลิ่น และรสชาติของชาจะมีอยู่มากเฉพาะในยอดชาเท่านั้น
การคั่วชา โดย นายยะโพ จะนะ เป็นขั้นตอนที่ให้ความร้อนกับใบชา ที่ต้องใช้ประสบการณ์ในควบคุมไฟ                  และคั่วใบชาสดจนพอได้ระดับหนึ่ง นำผึ่งแดดจนแห้ง ทำให้ที่จะได้คุณภาพของชาที่ดี

เมนูพื้นบ้านลาหู่ที่น่าสนใจ อาทิ ข้าวหุงกระบอกไม้ไผ่,น้ำพริกลาหู่กับผักตามฤดูกาล,ไก่ย่าง 5 ชั่วโมง และยำใบชาปู่หมื่น มนต์เสน่ห์แห่งวิถีวัฒนธรรมของชาวลาหู่ และธรรมชาติ ชาที่อยู่ร่วมกับป่าต้นน้ำที่เราสัมผัสได้จริง ที่อยากเชิญชวนคุณมาสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะว่าเมืองไทยมีมากกว่าที่คิด

การเดินทาง / ถนนสาย 107 เชียงใหม่-ฝาง รถตู้จากท่ารถช้างเผือก ออกเวลา 8.30 น.ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงฝาง ประมาณ 174 กม.ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ถึงตลาดอำเภอฝาง จากตัวอำเภอฝางไปยังดอยปู่หมื่นอีก       25 กม.ใช้เวลา 45 นาที มีรถ W4 โดยชุมชน ขึ้นที่หน้าโรงแรมภูมณี เพลส หรือ ร้านสงเคราะห์ชาวเชา


ติดต่อ/ กลุ่มท่องเที่ยวดอยปู่หมื่นโฮมสเตย์ ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 082-190-5957, 086-431-3564 Facebook : ดอยปู่หมื่น ลาหู่ โฮมสเตย์ / ดอยปู่หมื่นโฮมสเตย์

ร่วมแสดงความคิดเห็น