(มีคลิป) เปิดใจสามเณรถอดสบงทรงสาว ออกโต้ข่าว

Youtube video

เปิดใจสามเณรถอดสบงทรงสาว ออกโต้ข่าว หลังภาพหลุดว่อนโซเชียล เจ้าตัวเผยเป็นภาพเก่าก่อนบวช ส่วนเรื่องเป็นเด็กเอ็น ยันข่าวมั่วถูกโยงประเด็นนำแชทคนอื่นมาผสม ขอสังคมเห็นใจอีกไม่ถึงเดือนจะเรียนจบแล้วลาสิกขาเป็นฆรวาส

จากกรณีภาพหลุดว่อนโซเชียล เรื่องอื้อฉาวสามเณรวัดแห่งหนึ่งในพืน้ที่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ถอดสบงแล้วทรงหญิง อีกทั้งถูกระบุว่าแอบท่องราตรี และรับงานเอ็น จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามที่มีการแชร์ข้อมูล และเป็นข่าวออกมาก่อนกน้านี้นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าว เพื่อไปพูดคุยกับ พระครูวิบูลปริยัติการ เจ้าอาวาสวัดสหกรณ์แปลงสอง ต.เขื่อนผาก
อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งได้นำรูปในโซเชียลที่ปรากฎเป็นข่าวไปให้ดู โดยเจ้าอาวาส ยอมรับว่า เณรในรูปดังกล่าวคือ สามเณรธวัชชัย หรือ เณรแอร์ อายุ 20 ปี ที่ได้มาจำวัดอยู่ระหว่างบวชเรียนที่ โรงเรียนเขื่อนผากวิทยาคม (ปริยัติธรรม) แลเหลังจากที่มีข่าวออกมา ก็ได้สอบถามกับทางตัวของสามเณรแล้วว่า ภาพดังกล่าวนั้นมีการโพสต์ตั้งแต่ต้นปี 2565 แต่พึ่งมีการแชร์ถูกนำไปแชร์บนโซเชี่ยล พร้อมทั้งยืนยันว่าที่ผ่านมาตลอดที่ สามเณรธวัชชัย หรือเณรแอร์ จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด แม้จะมีลักษณะตุ๊งติ๊งบ้างแต่ไม่มีการหนีเที่ยวอย่างแน่นอน เพราะกุฏิของเณรอยู่ติดกับกุฏิเจ้าอาวาส พร้อมกันนี้ก็ยังนำผู้สื่อข่าวไปดูกุฏิสามเณรแอร์ด้วย โดยภายในห้องก็พบข้าวเครื่องใช้สบงจีวร และตุ๊กตาหมีพูตัวใหญ่ พร้อมกับแมวที่สามเณรเลี้ยงไว้อีก 3 ตัว เพียงเท่านั้น โดยไม่มีข้าวของเครื่องใช้ หรือเสื้อผ้าของผู้หญิง และเครื่องสำอางแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงเรียนเขื่อนผากวิทยา (ปริยัติธรรม) ต.เขื่อนผาก อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และเข้าพบกับ พระครูสุตพลสิทธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเขื่อนผากวิทยา (ปริยัติธรรม) และ พระครูสารกิตติวิมล อาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียน ซึ่งเบื้องต้นได้เปิดเผยว่า ขณะนี้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว และได้มีการลงเรียกสามเณร ธวัชชัย ปัญญาก๋า หรือ เณรแอร์ มาพูดคุย โดยทางเจ้าตัวก็ยอมรับว่าภาพที่ปรากฎนั้นเป็นรูปของตัวเองจริง 2 รูป และยอมรับทำผิดจริง ทางโรงเรียนก็ได้ลงโทษตามกฎของโรงเรียน โดยมีการทำหนังสือตักเตือน พร้อมกับให้ทางเจ้าตัวเซ็นรับทราบ พร้อมทั้งมีการพูดคุยตักเตือน

จากการสอบถามทางสามเณรบอกว่า รูปที่มีการแต่งหญิงนั้นเป็นรูปเก่าก่อนที่จะบวชเรียน และสามเณรเพิ่งเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ตอนชั้น ม.4 และปัจจุบันอยู่ชั้น ม.6 โดยที่ผ่านมาสามเณร ธวัชชัย หรือ เณรแอร์ ที่ผ่านมาก็มีความประพฤติ และผลการเรียนดี เป็นเด็กเรียบร้อย แต่ค่อนข้างเป็นคนนิ่มนวล ทางโรงเรียนจึงลงโทษด้วยการตักเตือนก่อน แต่หากยังมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกครั้งก็จะมีการออกหนังสือทัณฑ์บนเรียกเจ้าอาวาส หรือผู้ปกครองที่รับผิดชอบมาพูดคุยอีกครั้ง

ส่วนกรณีเรื่องที่มีภาพสามเณรแต่งหญิงนั้น ก็ทราบว่า แต่งก่อนที่จะมาบวช และถ่ายภาพเป็นที่ระทึกครั้งสุดท้ายก่อนที่ตัวเองจะมาบวชพระ และไม่ได้ลบภาพออกจากเฟสบุ๊ค และสาเหตุที่ทางโรงเรียนต้องมีการลงโทษก็เนื่องมาจาก เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และมีหารกระทบกับชื่อเสียงโรงเรียน เนื่องจากมีการระบุข้อมูลว่า สภานักเรียน โรงเรียนเขื่อนผากวิทยา ทางโรงเรียนจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน และเนื่องจากโรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียน 40 กว่ารูป จึงทำให้รู้ถึงพฤติกรรม และการดูแลได้ทั่วถึง

บอกอีกว่า สามเณรธวัชชัย หรือเณรแอร์ อีกไม่กี่วันก็จะเรียนจบชั้น ม.6 และจากการพูดคุยกับทางสามเณร ก็ทราบว่าหลังจากเรียนจบแล้วจะสึกไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ส่วนประเด็นที่มีภาพเกี่ยวกับการนุ่งห่ม และใส่ผ้าพันคอที่ปรากฎในภาพนั้น หากมองกันตามความจริงก็ไม่ผิด แต่อาจจะเป็นเพราะมีการแต่งหรือทำเกินความพอดีไปมากกว่า

ขณะที่ทางด้าน สามเณรธวัชชัย ปัญญาก๋า หรือเณรแอร์ เปิดเผยกับทางผู้สื่อข่าวว่า ภาพที่ปรากฎบนโลกโซเชี่ยลนั้นเป็นภาพของตัวเองจริง แต่เฉพาะบางภาพเท่านั้น ซึ่งภาพที่มีการใส่วิคผม แต่งหญิงก็เป็นภาพเก่า ก่อนที่จะมาบวชที่ขณะนั้นตนเป็นฆราวาสและทำงานอยู่ และภาพก็ได้มีการโพสต์ลงในเฟสบุ๊คนานแล้ว ส่วนภาพคลองจีวร และสวมหมวกสีเหลือง ผ้าคลุมสีม่วง ก็เป็นตัวเองจริง แต่เป็นภาพที่ถ่ายในช่วงฤดุหนาวของปีที่แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นจึงสวมใส่อยู่ในวัดแล้วถ่ายภาพไว้ แต่ต่อมาไม่คิดว่าจะถูกนำมาเป็นประเด็นวิจารณ์กับบนโลกโซเชี่ยล

ส่วนกรณีที่ระบุว่า ตนรับงานเอ็นเตอร์เทน ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และแชทหลุดที่ปรากฎออกมานั้นก็ไม่ใช่แชทของตัวเอง แต่มีการนำมาเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน รวมไปถึงเรื่องที่ระบุว่าตนมีการแอบออกไปทำศัลยกรรมนั้นก็ไม่เคยทำ แต่ยอมรับว่าก่อนจะมาบวชนั้นก็ไปฉีดปากกระจับเพียงเท่านั้น ที่เหลือก็ไม่ได้ไปทำอะไรอีกเลย และในช่วงระหว่างบวชเรียนก็ไม่เคยออกจากไปที่ไหน นอกจากโรงเรียน และวัดที่ตนจำพรรษาอยู่ เนื่องจาก อ.พร้าว ก็ไม่มีสถานบันเทิง หรือสถานที่ท่องเที่ยวราตรีแต่อย่างใด

นอกจากนี้ส่วนหนึงที่ตนถูกนำเรื่องราวมาแฉบนโลกโซเชี่ยล น่าจะมาจากการที่ตนเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คกับครูบาชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามภาพที่หลุดไปและกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ก็ทำให้ตนเองรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ เนื่องจากทำให้ทางวัดและทางโรงเรียนที่ตนอยู่เสียหาย จึงอยากฝากให้ทุกคนได้เสพข่าวอย่างมีสติ และใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็น โดยหลังจากนี้เมื่อเรียนจบตนก็จะลาสิขาบทเป็นฆราวาส เพื่อไปเรียนต่อหรือหางานทำ หารายได้เลี้ยงครอบครัว จึงอยากขอให้เห็นใจตนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น